กุศล บุญกอบส่งเสริม
นำทีมไทยคว้าแชมป์แกะสลักหิมะหลายสมัย
ทำได้ไง…ทั้งที่เมืองไทยไม่มีหิมะ!

เรื่อง: “อณู”
ภาพ: อรรถสิทธิ์ จันทรเวชชสมาน

ในประเทศเขตร้อนชื้นใกล้เส้นศูนย์สูตรอย่างไทย เป็นไปได้อย่างไร…ที่ทีมนักแกะสลักหิมะจากบ้านเราสามารถไปคว้าแชมป์เอาชนะทีมจากทั่วโลกมาถึง 6 ครั้ง?

ไปคุยกับกุศล บุญกอบส่งเสริม ตัวแทนนักแกะสลักชาวไทยวัย 54 ถึงไอเดีย และความเป็นมา ถึงเส้นทางการคว้าฝันและครองแชมป์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า… บอกได้เลยว่าไอเดียและไฟในการทำงานของเขาไม่ธรรมดา จึงสามารถแผดเผาหิมะให้ละลายกลายเป็นรูปทรงแสนอัศจรรย์ และสร้างความตื่นตะลึงให้กับนานาชาติ!

คุณกุศล บุญกอบส่งเสริม หนึ่งในตัวแทนทีมแกะสลักชาวไทย ที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยด้วยการคว้าแชมป์แกะสลักหิมะ ชนะอีก 12 ทีมจากทั่วโลกมาได้
คุณกุศล บุญกอบส่งเสริม หนึ่งในตัวแทนทีมแกะสลักชาวไทย ที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยด้วยการคว้าแชมป์แกะสลักหิมะ ชนะอีก 12 ทีมจากทั่วโลกมาได้

“หา…มาแข่งอีกแล้วเหรอ” ประโยคนี้แปลจากคำพูดหยอกล้อประสาคนคุ้นหน้าคุ้นตาจากทีมคู่แข่งชาวต่างชาติในสนามแข่งขันแกะสลักหิมะ ณ สวนโอโดริ เมืองซัปโปโร จังหวัดฮอกไกโด

จะไม่ให้โดนแซวได้อย่างไร ในเมื่อปีนี้ประติมากรรม ‘ไก่ชน’ ของไทยก็ได้รางวัลชนะเลิศจากการแข่งขันแกะสลักหิมะนานาชาติ International Snow Sculpture ครั้งที่ 45 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงานเทศกาลหิมะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศญี่ปุ่น

ตัวแทนทีมแกะสลักชาวไทย  คุณอำนวยศักดิ์  ศรีสุข 
คุณกุศล บุญกอบส่งเสริม และ คุณกฤษณะ วงศ์เทศ (จากซ้าย-ขวา)
ตัวแทนทีมแกะสลักชาวไทย คุณอำนวยศักดิ์ ศรีสุข 
คุณกุศล บุญกอบส่งเสริม และ คุณกฤษณะ วงศ์เทศ (จากซ้าย-ขวา)

นับเป็นครั้งที่ 6 แล้วที่ตัวแทนทีมแกะสลักชาวไทย คุณกุศล บุญกอบส่งเสริม จากโรงแรมแชง – กรีล่า คุณอำนวยศักดิ์ ศรีสุข จากโรงแรม แกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ และ คุณกฤษณะ วงศ์เทศ นักแกะสลักอิสระ ได้ฝากฝีไม้ลายมือให้นานาชาติทึ่งในความสามารถของคนไทย โดยไปคว้าแชมป์เอาชนะอีก 12 ทีมจากทั่วโลก
คุณกุศลเล่าถึงบรรยากาศการแข่งขันที่เพิ่งผ่านไปสด ๆ ร้อน ๆ ว่า

“รอบนี้ไม่มีอุปสรรคใหญ่ ๆ ครับ ความยากอยู่ที่แบบของเราเอง ปีนี้ยากตรงแกะสลักส่วนขาของไก่ ตอนอยู่ข้างนอกเราเห็นภาพรวม แต่ตอนเข้าไปแกะด้านใน จะมองไม่ออก ซึ่งไก่ตัวที่ยกขาหน้าขึ้นมายากที่สุด เพราะลอยอยู่ไม่มีอะไรรองรับเลย ถ้าพลาดทำขาหักก็จบ

“โจทย์ยากอีกอันนึงก็คือขนาด เราต้องออกแบบให้ลงตัวที่สุด ต่อเพิ่มไม่ได้ เพราะงานชิ้นใหญ่มีโอกาสโค่นลงมา ค่อนข้างอันตรายครับ เวลา 3 วันครึ่งนับว่าน้อยมาก ทำไปต้องคำนวณไปตลอด ยอมรับว่าเหนื่อยเพราะใช้แรงเยอะ บางครั้ง -14 องศา แต่เหงื่อชุ่มทั้งตัว ต้องถอดเสื้อหนาวออกระหว่างทำงาน

“ปีนี้เสี่ยงทำอะไรใหม่ ๆ เป็นปีแรกที่ผมลองใส่ลายละเอียดยิบ เพราะการให้คะแนนเขาตัดสินจากหลายแง่มุม ทั้งเทคนิค ความชำนาญในการใช้เครื่องมือ ความยากของงาน และคอนเซปท์ ซึ่งเราต้องมองให้ขาดว่าจุดขายของเราคืออะไร ตรงนี้มีส่วนมาก ตอนทำโมเดลจำลองผมใช้กล้องมือถือถ่ายรูปทุกมุมเพื่อให้เห็นว่าเล็บเท้าไก่ข้างที่ยกขึ้นมา จะสามารถเป็นตัวดึงดูดสายตาได้อย่างที่เราตั้งใจไว้หรือเปล่า

คนอื่นอาจจะมองว่าเราได้แชมป์ง่าย แต่จริง ๆ ลุ้นทุกปีนะ ผมเป็นคนไม่ชอบทำซ้ำของเดิม อยากทำอะไรท้าทายตัวเอง เลยขอเปลี่ยนแบบทุกปี … ถึงตอนนี้ผมอายุ 54 ปีแล้ว แต่ถ้าได้ 3 ปีซ้อนอีกครั้งก็น่าสนุก มีอะไรให้ลุ้น

ผลงานประติมากรรม ‘ไก่ชน’ คว้ารางวัลชนะเลิศ 
จากการแข่งขันแกะสลักหิมะนานาชาติ International Snow Sculpture ครั้งที่ 45 ณ ประเทศญี่ปุ่น
ผลงานประติมากรรม ‘ไก่ชน’ คว้ารางวัลชนะเลิศ 
จากการแข่งขันแกะสลักหิมะนานาชาติ International Snow Sculpture ครั้งที่ 45 ณ ประเทศญี่ปุ่น

“ซึ่งครั้งนี้ผมรู้สึกมั่นใจ เพราะคอนเซ็ปต์งานเราชัดเจน องค์ประกอบดี ดูจากความสนใจของคนที่มาเที่ยวในงาน จะบ่งบอกบางสิ่งบางอย่าง ยิ่งตอนสุดท้ายเด็กนักเรียนอนุบาลมากันเป็นร้อย ๆ มีการให้คะแนนด้วย วันนั้นรู้สึกชัดเจนเพราะเด็กชอบงานเรา

“คนอื่นอาจจะมองว่าเราได้แชมป์ง่าย แต่จริง ๆ ลุ้นทุกปีนะ เดาใจกรรมการยาก ปีที่แกะหนุมาน เรามั่นใจว่าได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่งานนั้นกลับไม่ได้รางวัลเลย ส่วนปีที่แกะมโนราห์ ซึ่งงานยากมาก เรายังได้แค่ที่ 4 ถ้าแกะช้างคนญี่ปุ่นจะชอบ มั่นใจได้ว่า 1 ใน 5 ต้องติด แต่ผมเป็นคนไม่ชอบทำซ้ำของเดิม อยากทำอะไรท้าทายตัวเอง เลยขอเปลี่ยนแบบทุกปี”
และเมื่อถามถึงที่มาของการเลือกแกะสลักรูปไก่ชนในปีนี้

“ไก่ชนเป็นรูปแบบที่ค่อนข้างอินเตอร์ ต่างชาติเข้าใจง่าย และเป็นตัวแทนสะท้อนวิถีชีวิตของคนไทย ซึ่งในแต่ละปีเราจะแชร์ไอเดียกัน ทางททท.จะมีคอนเซ็ปต์ออกมา ปีนี้ยังไม่ทันได้คุยกันว่าจะทำอะไร ผมก็พูดขึ้นว่าลองทำไก่ชนไหม หัวหน้าบอกเข้าท่า ตรงกับคอนเซ็ปต์พอดี ซึ่งตอนพูดยังไม่รู้เลยว่าจะออกแบบยังไง คิดไว้คร่าว ๆ คือภาพไก่ชนลอยตัวกางปีกตีกัน ซึ่งก่อนไปก็ขลุกขลักนิดหน่อย เพราะภาพสวยแต่ตั้งไม่อยู่ ขนาดก็เล็กทำให้ชิ้นงานไม่เด่น ต้องเปลี่ยนแบบ แก้แบบ เพื่อหาวิธีให้ไก่ยืนได้ จนเหลือแค่ 2-3 วันถึงกำหนดส่ง ถึงจะสำเร็จ”

หลายคนเข้าใจว่าความโหดและยากของการแกะสลักหิมะคืออากาศหนาวติดลบ แต่ในมุมมองของคุณกุศล อากาศที่แปรปรวนต่างหากคืออุปสรรคที่แท้จริง

อุปสรรคสำคัญที่สุดของการแข่งขันคือ อากาศของประเทศญี่ปุ่น 
ที่มักจะเปลี่ยนแปลงและยากเกินจะคาดเดา
อุปสรรคสำคัญที่สุดของการแข่งขันคือ อากาศของประเทศญี่ปุ่น 
ที่มักจะเปลี่ยนแปลงและยากเกินจะคาดเดา

“สำหรับผม หนาวไม่กลัว กลัวจะไม่หนาวมากกว่า อากาศที่ญี่ปุ่นเปลี่ยนแปลงง่าย บางวันแดดเปรี้ยง หิมะละลาย อีกประเดี๋ยวหนาว เคยเจอฝนตกด้วย ทำให้หลายประเทศงานพัง ต้องออกจากการแข่งขัน วันหิมะตกก็ยากมาก ตกมาบังสายตาตลอด แล้วยังมาถมงานให้เราต้องคอยโกยออก

“แล้วหิมะธรรมชาติจะมีเศษไม้เศษดินปนมา ไม่ใช่สีขาวล้วน ถ้าเราปะ จะเห็นรอยตำหนิโดนตัดคะแนนทันที แล้วเราไม่มีโอกาสรู้ว่าจะเจอโพรงข้างในตรงไหน เวลาเจอต้องปรับลาย เลี่ยงไปทางอื่น ต้องมีการออกแบบเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วย

กับคำถามที่หลายคนสงสัยก็คือ ในเมื่อบ้านเราไม่มีหิมะ แล้วฝึกซ้อมกันอย่างไร

“ไม่ได้ซ้อมครับ ทุกคนทำงานแกะสลักน้ำแข็งอยู่แล้ว ก็เท่ากับเป็นการซ้อมไปในตัว คิดแบบเสร็จ เราแค่มานั่งคุยกันจากโมเดลเพื่อหาวิธีขึ้นชิ้นงาน”

หากสิ่งที่สำคัญไม่แพ้การฝึกฝนคือทีมเวิร์ค

“เราร่วมงานกันมาหลายปี ถึงแม้จะรู้ใจกันดี แต่ก็ต้องคุยกันตลอด เพราะแต่ละคนชอบไม่เหมือนกัน ผมใช้ระบบถ้าเห็นไม่ตรงกัน ก็เอาตามเสียงข้างมาก”

บรรยากาศการรับรางวัลชนะเลิศของผู้ชนะทั้ง 3  ในฐานะตัวแทนจากประเทศไทย
บรรยากาศการรับรางวัลชนะเลิศของผู้ชนะทั้ง 3 ในฐานะตัวแทนจากประเทศไทย

เมื่อให้เล่าย้อนถึงจุดเริ่มต้นที่เข้าร่วมการแข่งขันใน ปี พ.ศ. 2534 ต้องบอกว่าทีมหน้าใหม่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าการแกะหิมะนั้นต่างจากการแกะน้ำแข็งอย่างไร เรียกว่าต้องไปเรียนรู้กันใหม่ในสนามแข่งเลยทีเดียว

“ยิ่งกว่าอึ้ง เราเตรียมเครื่องไม้เครื่องมือไปแกะน้ำแข็งเต็มที่ พอไปถึงเจอก้อนหิมะขนาด 3 X 3 เมตร งง ทำไม่เป็น ผมเลยใช้วิธียืนดูคนอื่นก่อน แอบดูว่าเขาทำยังไง แล้วคอยทำตามเขาไป เพราะเราไม่รู้ว่าจะต้องขึ้นรูปหิมะแบบไหน ซึ่งการแกะสลักหิมะจะต่างจากน้ำแข็งมาก น้ำแข็งคำนวณง่าย เพราะแกะไปก็อยู่ตัว แต่หิมะจะเหมือนทราย แกะไปร่วงไป”

แต่เมื่อถึงเวลาประกาศผลการตัดสิน กลับกลายเป็นว่าทีมหน้าใหม่ที่เพิ่งได้ลงมือแกะหิมะเป็นครั้งแรกในชีวิต กลับคว้ารางวัลชนะเลิศมาครองอย่างน่าอัศจรรย์ ทำให้นานาชาติได้เห็นความสามารถอันเหนือชั้นของช่างแกะสลักชาวไทย …แชมป์จากประเทศไร้หิมะ

ขั้นตอนการร่างแบบภาพไก่ชนลอยตัวกางปีกตี ก่อนลงมือแกะสลัก 
เพื่อให้องค์ประกอบลงตัว และ ดึงดูดสายตาของผู้เข้าร่วมงานมากที่สุด
ขั้นตอนการร่างแบบภาพไก่ชนลอยตัวกางปีกตี ก่อนลงมือแกะสลัก 
เพื่อให้องค์ประกอบลงตัว และ ดึงดูดสายตาของผู้เข้าร่วมงานมากที่สุด

สิ่งสำคัญไม่แพ้เทคนิค น่าจะเป็นทักษะทางศิลปะ ซึ่งคุณกุศลซึมซับมาจากพ่อ ตั้งแต่วัยเด็ก เขาชินตากับภาพพ่อทำงานช่าง ทั้งช่างไม้ และสารพัดช่างที่หยิบจับงานศิลป์ได้รอบตัวรวมทั้งวาดภาพ

“ผมได้คะแนนศิลปะเกือบเต็มมาตั้งแต่เด็กถึงม.ศ. 3 พอใกล้เปิดเทอม จู่ ๆ แม่ก็ให้เข้ากรุงเทพฯ มาอยู่กับป้า แต่บังคับว่าต้องเรียนศิลป์เท่านั้น ผมก็จบไทยวิจิตรศิลป์ แล้วมาต่อเพาะช่าง แต่ก็เรียนจบมาแบบไม่ได้ตั้งใจมาก เสียดายถ้าตั้งใจเรียนคงจะเก่งกว่านี้ ตอนนี้ก็พยายามสอนลูกว่าตอนเรียนต้องอดทน ตั้งใจฝึกฝนเพราะเป็นช่วงเวลาที่มีค่า

“ผมเรียนจบมาด้านออกแบบตกแต่งภายใน ทำงานตรงสายอยู่ได้ไม่นาน วันหนึ่งไปโรงแรมดุสิตธานี เห็นเขาแกะสลักน้ำแข็ง ผมยืนดูอยู่นานมาก ประทับใจว่าเขาแกะได้ยังไง กลับไปลาออกจากงานประจำเลย ยอมมาเป็นพนักงานรายวัน พอ 2 ปีก็ได้งานประจำที่โรงแรมรีเจนท์ จากนั้นย้ายไปอยู่อีกหลายโรงแรม จนทุกวันนี้ มาอยู่ที่แชง-กรีลา เป็นอาร์ตไดเร็กเตอร์ คอยดูแลเรื่องดีไซน์แบ็คดรอปหรือซุ้มถ่ายภาพงานแต่งงาน แกะสลักน้ำแข็ง

“เมื่อก่อนงานหนักมาก เครื่องไม้เครื่องมือน้อย ไม่มีเลื่อยไฟฟ้า ต้องชอบจริง ๆ ถึงทำได้ เด็กรุ่นใหม่ไม่ค่อยมีใครทำ เคยมาฝึกงาน ก็บ่นท้อ หายไปกันหมด ทั้งที่จริงทำมาหากินง่าย รับงานข้างนอกทีได้หลายสตางค์”

ในวัยเริ่มต้นทำงานมีคนเห็นประกายความสามารถ คุณกุศลก็เคยถูกชักชวนไปทำงานในต่างประเทศเป็นเวลาหลายปี

“ผมเคยอยู่ที่โรงแรมเคมปินสกี้ อิสตันบูล ตุรกี 3 ปี จากนั้นก็ไปอยู่อเมริกา ช่วงทำงานเมืองนอก รายได้ดีจนเพื่อนร่วมงานอิจฉา สมมติผมได้ 1,200 ดอลล่าร์ เขาได้ 800 ทั้งที่ทำงานตำแหน่งเดียวกัน แต่ไม่ใช่เฉพาะผมคนเดียวนะครับ เป็นที่รู้กันว่าในอาเซียน ถ้าเป็นแรงงานฝีมือไทยจะได้ค่าแรงเยอะ แต่ทุกวันนี้ เราตกไปจากเมื่อก่อน ทั้ง ๆ ที่คนไทยเราฝีมือดีมาก เป็นที่ยอมรับ น่าเสียดาย บ้านเราไม่ได้สนับสนุนงานฝีมือเท่าที่ควร”

คำบรรยายใต้ภาพ : ถึงแม้ว่าอายุจะล่วงเข้าเลข 54 ปี แต่คุณกุศลก็ยังคงทำในสิ่งที่ตนรักต่อไป
ด้วยใจที่ยังมีไฟและความมุ่งมั่นต่อเป้าหมายที่ท้าทายมากขึ้นไปเรื่อยๆ
คำบรรยายใต้ภาพ : ถึงแม้ว่าอายุจะล่วงเข้าเลข 54 ปี แต่คุณกุศลก็ยังคงทำในสิ่งที่ตนรักต่อไป
ด้วยใจที่ยังมีไฟและความมุ่งมั่นต่อเป้าหมายที่ท้าทายมากขึ้นไปเรื่อยๆ

กับคำถามสุดท้ายที่ถามว่า ได้แชมป์บ่อยจนเบื่อหรือยัง คุณกุศลตอบว่า

“ก็ยังถามกันอยู่ว่าทีมนี้เริ่มชราหรือยัง ตอนนี้ผมก็อายุ 54 ปีแล้ว คุยกับเพื่อนในทีมไว้เล่น ๆ ว่าเราเคยได้แชมป์ 3 ปีซ้อนมาแล้ว ถ้าได้ 3 ปีซ้อนอีกครั้งก็น่าสนุก มีอะไรให้ลุ้นอีกครั้ง”

เรียกว่าอายุที่เพิ่มขึ้นไม่ได้ลดทอนจิตใจนักสู้ของนักแกะสลักหิมะชื่อกุศล บุญกอบส่งเสริมเลยแม้แต่น้อย เพราะเขายังมีไฟและพลังใจเกินร้อยเพื่อก้าวไปให้ถึงเป้าหมายที่ท้าทายยิ่งกว่า…

ขอขอบคุณ โรงแรมแชง-กรีลา และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย