เกษราภัส เชื้อคำเพ็ง
เส้นทางที่สู้ยิบตา…กว่าจะคว้าตำแหน่ง “แชมป์ผมโลก”

เรื่อง: นริสษา บุญเสริม

จากลูกชาวนาถิ่นอีสานที่หนีความลำบากยากจน มาเป็นลูกจ้างร้านข้าวต้มในกทม.ด้วยวุฒิการศึกษา แค่ ม.3 เปลี่ยนอาชีพมาเป็นสาวโรงงานผลิตเสื้อชั้นใน และกลายเป็นผู้ช่วยพยาบาลดูแลผู้สูงอายุ ทำอย่าง ไร…ผู้หญิงคนนี้ถึงถีบตัวเองจากลูกจ้างรายวันที่ไม่เคยแม้แต่จะจับกรรไกรตัดผม จนกลายมาเป็นช่างทำผม ที่ไม่ใช่แค่ระดับธรรมดาๆ แต่ยังคว้าตำแหน่งแชมป์โลก! และยังมีร้านตัดผมชื่อดังเป็นของตนเองที่มีลูกค้า ระดับดารานักแสดงมากมาย

“ทุกสิ่งในชีวิตไม่ได้มาง่ายๆ ถ้วยรางวัลสิบกว่าใบที่ได้มา ดิฉันร้องไห้ทุกใบ ไม่มีใบไหนไม่เสียน้ำตา แต่เราก็ ต้องสู้ ต้องมุ่งมั่นที่จะทำให้ได้”

เกษราภัส หรือมายด์ วัยต้น 40 ย้อนอดีตที่ผลักดันให้เธอเติบโตเป็นเจ้าของร้าน มายด์ซาลอนแฮร์อินเตอร์ ย่านทาวน์อินทาวน์ ซึ่งมีลูกค้าเป็นทั้งนักร้อง นักแสดง และผู้คนทั่วไปมากมาย

เกษราภัส เชื้อคำเพ็ง ผู้หญิงเก่งเจ้าของรางวัลแชมป์ผมโลกปี 2555,2556
เกษราภัส เชื้อคำเพ็ง ผู้หญิงเก่งเจ้าของรางวัลแชมป์ผมโลกปี 2555,2556

หากย้อนไกลไปกว่านั้น เธอเป็นเพียงลูกชาวนาในจังหวัดนครพนมที่ต้องต่อสู้กับความลำบากยากจน พ่อขับ รถรับจ้าง แม่เปิดร้านขายของชำหารายได้เพิ่ม ส่วนเธอต้องเข้ากรุงเทพฯมาเป็นลูกจ้างร้านข้าวต้มย่านบางบอน หลังเรียน จบแค่ ม.3 ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นสาวโรงงานผลิตเสื้อชั้นใน และผู้ช่วยพยาบาล ดูแลผู้สูงอายุที่ศูนย์พยาบาลพิเศษ ซึ่งนับเป็นงานบริการที่ถูกจริต และทำให้มีเวลาว่างพอจะไปเรียนตัดผมสตรีที่ศูนย์ฝึกอาชีพของกทม.ช่วงค่ำได้ด้วย

“พอแต่งงานตอนอายุ 22 ดิฉันต้องลาออกจากงาน มาช่วยสามีทำร้านตัดผม เพราะกำลังขาดช่าง เปิดรับแล้ว ไม่มีคนมาสมัคร เห็นสามียืนตัดผมคนเดียวทั้งวันก็อยากช่วย แต่ดิฉันไม่มีความรู้เรื่องตัดผมชาย เคยเรียนเฉพาะตัดผม สตรีคอร์สสั้นๆ เลยไปสมัครเรียนตัดผมชายหลักสูตรระยะยาวที่ศูนย์สงเคราะห์และฝึกอาชีพสตรีภาคกลาง จังหวัดนนทบุรี หลังเรียนจบ แฟนยังไม่ยอมให้ตัด กลัวจะเสียลูกค้า เพราะยังไม่มีความชำนาญ ต้องยืนดูเขาตัดนานเป็นเดือน กว่าจะได้ ตัดเอง”

เมื่อเริ่มตัดผมช่วงแรกๆ ช่างมือใหม่ก็ได้รับบทเรียนรุนแรงถึงขั้นอยากบอกลาอาชีพนี้เลยทีเดียว

“เคยมีนายตำรวจท่านหนึ่งเข้ามาที่ร้าน พอเขาลงนั่ง ดิฉันถามว่าตัดทรงอะไรดีคะ เขาบอก.. ดูเองสิดิฉันก็ถามอีก ไว้จอนหรือไม่ไว้จอนคะ เพราะเห็นรอยเก่าไม่มี เขาก็อ้าว..เป็นช่างไม่ใช่เหรอ ตอนนั้นเพิ่งตัดผมได้เดือนกว่าๆ ยังไม่ค่อย มั่นใจ เจอลูกค้าแบบนี้ก็สั่น พอตัดไปสักพัก เขาถอดผ้าคลุมออก แล้วบอกให้เปลี่ยนช่าง ดิฉันอายมาก เพราะมีลูกค้า อยู่เต็มร้าน ตัดผมต่อไม่ได้เลย นั่งร้องไห้ทั้งวัน จนคิดจะเลิกทำอาชีพนี้ ยังดีที่แฟนเดินมาบอกว่า เราตัดผมคนมาเป็นร้อยหัว แล้วจะยอมให้คนคนเดียวมาตัดสินอาชีพเราเหรอ”

ร้าน มายด์ซาลอนแฮร์อินเตอร์ ที่ปลุกปั้นมากับมือ
ร้าน มายด์ซาลอนแฮร์อินเตอร์ ที่ปลุกปั้นมากับมือ

เมื่อได้กำลังใจจากคนใกล้ตัว เธอก็เกิดแรงฮึด เปลี่ยนความคับแค้นใจเป็นความมุ่งมั่นที่จะก้าวต่อไป และกลาย มาเป็นนักล่ารางวัลในที่สุด จากการได้เห็นทรงผมรางวัลชนะเลิศในงานประกวดที่ห้างเซ็นทรัล ลาดพร้าว แล้วรู้สึกว่า ไม่ยาก..

“พอมีการจัดประกวดอีก ดิฉันก็เดินดุ่ยๆเข้าไปสมัคร ทั้งๆ ที่ไม่รู้จักใครในวงการเลย แต่พอลงแข่งกลับกลายเป็น ม้ามืด ชนะใจคนดู เพราะผมรองทรงที่ตัดดูดี นายแบบที่เลือกไปก็หล่อ ทุกอย่างเป๊ะ จนทุกคนคิดว่าต้องได้ที่หนึ่ง แม้แต่ กรรมการยังมาตบไหล่ แสดงท่าทางว่าได้ที่หนึ่งแน่ๆ แต่ปรากฏว่าได้แค่รองชนะเลิศ ส่วนคนได้ที่หนึ่งเป็นพรรคพวกคนจัด งาน เจอแบบนี้ก็เฮิร์ท เพราะผลงานของคนได้ที่หนึ่ง นอกจากนายแบบไม่หล่อแล้ว ยังมีบาดแผลที่จอน ซึ่งจริงๆมีกติกา ชัดเจนว่า ทุกขั้นตอนต้องไม่มีเลือดออก”

เมื่อได้รับความอยุติธรรมในครั้งนั้น เธอก็แปรความขมขื่นให้กลายเป็นแรงผลักดัน พยายามจะคว้ารางวัลชนะ เลิศมาครองให้ได้ แต่ไม่ว่าจะลงแข่งขันเวทีใดๆ ก็กลายเป็นมือรองชนะเลิศมาตลอดหลายปี เพราะไม่มีคนหนุนหลัง

ลูกค้าประจำที่เป็นนักร้อง นักแสดงก็มีอยู่ไม่น้อย 
โจนัส แอนเดอร์สัน เป็นคนหนึ่งที่มาใช้บริการนานนับสิบปีแล้ว
ลูกค้าประจำที่เป็นนักร้อง นักแสดงก็มีอยู่ไม่น้อย 
โจนัส แอนเดอร์สัน เป็นคนหนึ่งที่มาใช้บริการนานนับสิบปีแล้ว

“ในแวดวงนี้ การใช้เส้นสายเป็นเรื่องธรรมดามาก ซึ่งแรกๆ ดิฉันก็อดทน จนมาถึงจุดทนไม่ไหวคือปี 2552 ไปแข่ง เวทีหนึ่ง ที่สมุทรปราการ ปีนั้น ทรงผมของนายแบบดิฉันโดดเด่นมาก จนอาจารย์นุชนารถ(สิทธิสรเดช) ซึ่งเป็นประธาน สมาคมศิลปะและเทคนิค การแต่งผมโลก C.A.T. ที่คนในวงการเสริมสวยรู้จักดี ยังเดินมาถามประธานจัดงานว่า เด็กคนนี้ เป็นใคร ยิ่งพอเข้ารอบลึกๆ จนเหลือ 2 คนสุดท้าย ยืนคู่กันบนเวทียิ่งชัดเจนว่า ดิฉันต้องชนะเลิศ แต่กฎว่ายังได้แค่รอง อันดับหนึ่ง

“ตอนนั้นดิฉันไม่พอใจ เพราะผ่านการแข่งขันมาเยอะแล้ว ความที่กดดันมานาน และเป็นปีที่ผลงานโดดเด่นมาก พอขึ้นรับรางวัล ดิฉันคว่ำถ้วยเลย บอกไม่เห็นด้วยกับผลการตัดสิน ที่กล้าทำอย่างนั้น เพราะรู้ว่าคนได้ที่หนึ่งเป็นเด็กใหม่ ถ้าไม่ใช้เส้น ไม่มีทางได้ หลังจากนั้นก็มีคนมาดึงลงไปหลังเวที ดิฉันนั่ง ร้องไห้ ไม่ยอมรับถ้วยใบนี้ จนอาจารย์นุชนารถ เดินมาปลอบบอกให้ไปแข่งเวทีใหญ่ๆ ที่ต้องใช้ฝีมือจริงๆ ไม่มีการโกงแน่นอน และยังบอกว่าถ้วยจากเวทีแบบนี้เอาไปโชว์ ใครในวงการไม่ได้ ซึ่งตอนนั้นไม่รู้ว่าหรอกว่าท่านเป็นใคร เพราะดิฉันก็เป็นแค่เด็กบ้านนอก”

แต่เมื่อได้รับคำชี้แนะจากผู้ใหญ่ เธอก็ไม่รอช้า ปาดน้ำตาแล้วเดินหน้าพาตัวเอง ไปกรอกใบสมัครเข้าประกวด งานใหญ่ระดับชาติ และหมั่นฝึกซ้อมทำผมตั้งแต่เช้าถึงเที่ยงคืนทุกวัน …จนถึงเวลาที่รอคอย

“ดิฉันตั้งมั่น และพูดกับตัวเองตลอดว่า เวทีนี้ต้องไม่พลาด เพื่อสร้างพลังที่จะเอาชนะคนเป็นร้อย เพราะถ้าไม่มี พลังมากพอ เราจะเอาชนะคนอื่นไม่ได้

“เมื่อถึงวันแข่งขัน ดิฉันทำทุกอย่างสุดชีวิต เหงื่อเป็นเม็ดๆผุดเต็มหน้า จนได้เป็นแชมป์ผมประเทศไทย ประเภท ฟรีสไตล์ชาย ปี 2553 หลังจากนั้นก็ได้รับคัดเลือกจากสมาคมศิลปและเทคนิคการแต่งผมโลก C.A.T. (ประเทศไทย)ให้ เป็นช่างผม 1ใน 8 คนของทีมชาติไทยไปแข่งชิงแชมป์ผมโลก และสามารถคว้ารางวัลชนะเลิศประเภททีม และประเภท เดี่ยวมาได้ในปี 2555 และ 2556”

รางวัลแห่งความภาคภูมิใจ ถ้วยแชมป์ผมโลกปี 2555 ที่กว่าจะได้มาก็ต้องผ่านการต่อสู้นานนับสิบปี และต้องใช้ความเข้มแข็ง พลังใจมากมายกว่าจะก้าวสู่ตำแหน่งสูงสุดทางวิชาชีพได้ดังใจนึก
รางวัลแห่งความภาคภูมิใจ ถ้วยแชมป์ผมโลกปี 2555 ที่กว่าจะได้มาก็ต้องผ่านการต่อสู้นานนับสิบปี และต้องใช้ความเข้มแข็ง พลังใจมากมายกว่าจะก้าวสู่ตำแหน่งสูงสุดทางวิชาชีพได้ดังใจนึก

เพราะจิตใจที่มุ่งมั่นเข้มแข็งโดยแท้ที่ทำให้เธอต่อสู้จนสามารถก้าวมายืนในจุดสูงสุดทางวิชาชีพได้ นับแต่นั้นการ เริ่มต้นทำสิ่งใหม่ๆจึงไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป รวมทั้งการเปิดร้านมายด์ซาลอนแฮร์อินเตอร์ เป็นของตัวเองหลังแยกทาง กับสามีก็เป็นไปได้อย่างราบรื่นและเจริญเติบโตอย่างน่าพอใจ แม้ขณะนี้กำลังอยู่ในช่วงหาทำเลเพื่อทำร้านใหม่หลังจากร้านเดิมไม่ได้รับการต่อสัญญาเช่าอาคาร

เส้นทางการต่อสู้ชีวิตของเธอกลายเป็นแบบอย่างให้ผู้หญิงหลายคนต้องเดินตาม..จนได้รับการประกาศเกียรติ คุณเชิดชูให้เป็น1ใน12ผู้หญิงที่เป็น“สุดยอดแรงบันดาลใจของผู้หญิงเพื่อผู้หญิง”จากกระทรวงการพัฒนาสังคมฯร่วมกับ หน่วยงานอื่นๆเมื่อเกือบสองปีที่ผ่านมา

ถ้าผู้หญิงตัวเล็กๆคนนี้ไม่มีความขยันหมั่นเพียร มานะอดทน ก็ยากจะสร้างชีวิตที่คล้ายเริ่มต้นจากศูนย์ จนมา ถึงจุดสูงสุดทางวิชาชีพ และมีความสุขอย่างทุกวันนี้ได้ เธอจึงเป็นเสมือนตัวแทนที่ทำให้ทุกคนเห็นว่า“ความพยายามอยู่ที่ ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น”จริงๆ