เปรมวิชช์ สีห์ชาติวงษ์ แห่งเว็บไซต์ Storylog และ Fictionlog
พ่อค้าออนไลน์เจ้าของตลาด ‘นิยายขายตรง’
สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้นักเขียนรุ่นใหม่ในระดับหลักพันไปจนถึงแสน!

เรื่อง: อมราพร แผ่นดินทอง

คอนเซ็ปท์ของสตาร์ทอัพคือ fail fast, learn faster แปลว่าทำไปเถอะเดี๋ยวก็ล้มเหลว แต่ว่ามันจะเกิดการเรียนรู้ และเอาการเรียนรู้มาเป็น process เพื่อพัฒนาต่อไป

ปิ๊บโป้-เปรมวิชช์ สีห์ชาติวงษ์  Co-founder & CEO of Storylog / Fictionlog
ปิ๊บโป้-เปรมวิชช์ สีห์ชาติวงษ์ Co-founder & CEO of Storylog / Fictionlog

ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในปัจจุบันทำให้ไลฟ์สไตล์ของคนเปลี่ยนไป ธุรกิจหลายอย่างขยับตัวมา อยู่บนโลกออนไลน์มากขึ้น แม้กระทั่ง ‘นิยาย’ ที่คนคุ้นเคยกับการหยิบจับอ่านเป็นเล่ม ก็ยังปรับรูปแบบให้เข้า ถึงได้รวดเร็ว ง่ายดายบนหน้าจอมือถือและคอมพิวเตอร์

ปิ๊บโป้-เปรมวิชช์ สีห์ชาติวงษ์ อดีตคนเขียนบทที่ผันตัวเองมาเป็นสตาร์ทอัพ* มองเห็นช่องทางสร้าง รายได้ เมื่อเห็นว่าเรื่องเล่าดีๆ นั้นมีอยู่รอบตัว และเรื่องที่ดีพอก็น่าจะยอมมีคนยอมควักเงินซื้ออ่านในราคา ไม่แพง จึงเป็นที่มาของ ‘สตอรี่ล็อก(storylog) และ ฟิกชั่นล็อก (fictionlog) ที่มีทั้งเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นที่ เป็นเสมือนตลาดกลาง ให้‘คนเขียน’ สามารถ ‘ขาย’ เรื่องให้ ‘คนอ่าน’ ได้ทันที ลดทอนกระบวนการยุ่งยาก ซับซ้อนของระบบสำนักพิมพ์และสายส่ง เหลือ แค่ “เขียน-ขาย-จ่าย-อ่าน” สร้างอาชีพและรายได้หลักพันไปจน ถึงแสน ให้กับนักเขียนหน้าใหม่มากมายบนหน้ากระดาษออนไลน์

จากอดีตจนถึงปัจจุบัน หากใครสักคนคิดจะเป็น ‘นักเขียนนิยาย’ หลังจากใช้จินตนาการและความมานะบากบั่น เขียนจนจบออกมาได้สักเรื่องแล้ว ยังต้องผ่านกระบวนการตั้งแต่เสนอเรื่องให้กับสำนักพิมพ์ เพื่อให้บรรณาธิการพิจารณา รอการตอบรับ ถ้าผ่านถึงจะได้เข้าสู่กระบวนการตีพิมพ์ออกมาเป็นเล่ม ก่อนจะส่งไปยังสายส่งเพื่อกระจายสู่ ร้านหนังสือ ต่างๆ ทั่วประเทศ ซึ่งกว่าจะถึงมือผู้อ่านอาจจะต้องใช้เวลาหลายเดือนหรือเกือบปี แลกกับรายได้กลับคืนมาเฉลี่ยราว 10% ของราคาปก

แต่ในยุคที่เทคโนโลยีก้าวไกลแบบนี้ กระบวนการอันแสนยุ่งยากซับซ้อนสามารถลดทอนจนเหลือแค่ชั่วอึดใจ เพราะนักเขียนสามารถ ‘ขาย’ นิยายที่ตัวเองเขียนให้กับผู้อ่านได้ทันทีผ่านช่องทางออนไลน์ แถมยังสามารถกำหนดราคา ขายได้เอง หากผู้อ่านพึงใจจะอ่านจะซื้อ รายได้ก็ถูกโอนเข้ากระเป๋าคนเขียนแบบง่ายๆ จะเรียกว่าเข้าข่าย “ทำงานผ่านเน็ต รายได้ดี” ก็ไม่ผิดนัก ขอเพียงแต่ให้เนื้อหานิยายนั้นถูกใจโดนใจกลุ่มเป้าหมายเท่านั้นก็พอ

เจ้าของไอเดียนี้ก็คือ ปิ๊บโป้-เปรมวิชช์ สีห์ชาติวงษ์ คนหนุ่มรุ่นใหม่ในแวดวงสตาร์ทอัพ* CEO และผู้ร่วม ก่อตั้ง สตอรี่ล็อก (https://storylog.co) แพล็ตฟอร์มออนไลน์ที่ใช้บอกเล่าเรื่องราวประสบการณ์ ความคิด ชีวิต ความรัก จากนักเล่าเรื่องมากกว่า 20,000 คน และ ‘ฟิกชั่นล็อก’ (https://fictionlog.co) แพล็ตฟอร์มเขียน-อ่านนิยายออนไลน์ที่ นักเขียนสามารถเขียนและขายนิยาย ของตัวเองถึงคนอ่านได้โดยตรงบทต่อบท

หน้าเว็บไซต์ storylog.co
หน้าเว็บไซต์ storylog.co

ปิ๊บโป้เล่าถึงจุดเริ่มต้นของไอเดียให้ฟังว่า

“ตอนเรียนจบใหม่ๆ ผมก็วนเวียนรับงานเขียนบทบ้าง กำกับบ้าง แสดงเองบ้าง ซึ่งเวลา เขียนบทแล้วต้องลงไป หาข้อมูล ต้องคุยกับคน ก็เห็นว่าทุกคนมันมีเรื่องราวดีๆ เต็มไปหมดเลย สนุกมาก เราก็คิดว่า เออ…ทำไมมันไม่มีที่ที่จะเก็บ รวบรวมเรื่องราวเหล่านี้ไว้บ้างนะ

“ซึ่งพอทำๆ ไป งานฟรีแลนซ์มันก็ไม่ค่อยมั่นคง เลยคิดจะทำธุรกิจเอง ตอนแรกคิดว่าจะเปิดร้านอาหาร ก็ไปเจอ หนังสือชื่อ ‘Lean Start-up’ ตอนนั้นเข้าใจว่า สตาร์ทอัพคือธุรกิจอะไรก็ได้ก็เลยซื้อมาอ่าน ปรากฎว่า อ้าว! ไม่ใช่ ก็เพิ่งมา เข้าใจสตาร์ทอัพว่ามันเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีด้วยนะ เช่น การทำแอพลิเคชัน ทำเว็บ ซึ่งตัวเราชอบเทคโนโลยีอยู่แล้ว พอ อ่านๆ ไปก็มองว่าธุรกิจนี้มันน่าสนใจ

ถ้าจะให้นิยามแบบสรุปความสั้นๆ สตาร์ทอัพ (Startup) ก็คือ ธุรกิจที่เริ่มต้นจากการแก้ปัญหาจุดเล็กๆ ในชีวิต ประจำวัน โดยมีการนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาช่วย ทำให้มีต้นทุนต่ำ สามารถแข่งขันกับธุรกิจในอุตสาหกรรมยักษ์ใหญ่แบบ เดิมได้ง่าย

ซึ่งถ้าหากนำมาสวมทับกับความคิดที่เคยค้างใจสมัยเป็นคนเขียนบท จึงเกิดเป็น ‘สตอรี่ล็อก’ (Storylog) เว็บไซต์ ที่เปรียบเสมือนกับกระดาษเปล่าในโลกออนไลน์ให้คนเข้ามาเขียนแบ่งปันความรู้สึกและประสบการณ์

“ผมก็เอาไอเดียนี้มาทำเป็นสตาร์ทอัพเลย คือถ้าไอจีเอาไว้แชร์รูป ยูทูบไว้แชร์วิดีโอ สตอรี่ล็อกก็จะเป็นพื้นที่ สำหรับแชร์เรื่องราว ใครใคร่เขียน-เขียน ใครอยากอ่านก็อ่าน ผมเชื่อว่าทุกคนมีเรื่องราวที่อยากแชร์ ก็ให้เค้าถ่ายทอดออก มาแล้วก็แชร์กันไป ผมส่งไอเดียนี้เข้าประกวดโครงการ DTAC accerlerate ปี 2014 จนได้รับเงินทุนให้พัฒนาสิ่งนี้ขึ้นมา”

Pitch งานในโครงการ Startup Thailand DEPA เพื่อไปดูงานที่ Silicon Valley , California
Pitch งานในโครงการ Startup Thailand DEPA เพื่อไปดูงานที่ Silicon Valley , California

ซึ่งสิ่งที่ปิ๊บโป้ทำนั้นตรงกับคอนเซปท์หลักของสตาร์ทอัพที่ไม่จำเป็นต้องลงทุนเอง แต่สามารถนำเสนอไอเดีย เพื่อซื้อใจนักลงทุนให้เห็นศักยภาพและมาร่วมลงทุนได้ ซึ่งแหล่งทุนสามารถมาได้จากทั่วโลก ซึ่งในเวลาต่อมา storylog ก็ไปเข้าตากรรมการจนได้เงินทุนจาก OokbeeU ที่เกิดจากการรวมตัวของ Ookbee และ Tencent China ประเทศจีน

“ถ้าเป็นธุรกิจโดยทั่วไปคือต้องทำแผนธุรกิจ (business plan) ให้ดี ให้มั่นคง ห้ามเจ๊ง แต่คอนเซ็ปท์ของสตาร์ท อัพคือ fail fast, learn faster แปลว่าทำไปเถอะเดี๋ยวก็ล้มเหลว ยังไงก็ต้องผิด ยังไงก็ต้องพลาด แต่ว่ามันจะเกิดการเรียนรู้ และเอาการเรียนรู้มาเป็น process เพื่อพัฒนาต่อๆ ไป”

ซึ่งหลายๆ สตาร์ตอัพ จำเป็นต้องมีผู้ใช้ที่เยอะในระดับหนึ่งก่อนที่จะเริ่มหาเงิน หรือระดมทุนเพิ่มเพื่อขยายฐาน ผู้ใช้ให้เติบโตขึ้น กระทั่ง Facebook หรือ Youtube ต่างก็เคยเป็นสตาร์ตอัพมาก่อน นั่นคือตอนแรกให้ใช้ฟรี ภายหลัง ถึงเริ่มมีแผนธุรกิจที่ชัดเจน และหารายได้จากการโฆษณา

ทีม storylog และทีม OokbeeU ที่ประเทศจีน
ทีม storylog และทีม OokbeeU ที่ประเทศจีน

เช่นเดียวกัน…บทเรียนจากสตอรี่ล็อกก็ได้กลายมาเป็นจุดเริ่มต้นของฟิกชั่นล็อกในเวลาต่อมา

“เรื่องราวในสตอรี่ล็อกคนจะเข้ามาอ่านได้ฟรี เพราะตลาดบทความในโลกอินเทอร์เน็ตมันฟรี มันเลยทำให้มาถึง จุดที่เงินทุนหมดเพราะสตอรี่ล็อกมันหาเงินเองไม่ได้ ทำให้เราต้องขยับขยายมาทำฟิกชั่นล็อก

ถ้าอธิบายให้เห็นภาพ Fictionlog ก็เปรียบเสมือนตลาดนิยายออนไลน์ ที่เป็นแหล่งพบปะกันโดยตรงระหว่าง นักเขียนกับนักอ่าน โดยที่คนเขียนสามารถลงนิยายที่ตัวเอง ‘เขียน’ และ ‘ขาย’ ได้ทันที ทั้งยังสามารถกำหนดราคาได้เอง ซึ่งนักเขียนจะมีส่วนแบ่งรายได้ 50% จากราคาที่ตั้งขาย ส่วนอีก 50% ก็จะเป็นรายได้ของเจ้าของตลาดนิยายนี้นั่นเอง

“ยกตัวอย่างที่ผ่านมา สมมุติหนังสือขายเล่มละ 200 บาท นักเขียนจะได้ส่วนแบ่งต่อเล่ม 10% ก็คือ 20 บาท คูณด้วยจำนวนพิมพ์ ซึ่งโดยทั่วไปหนังสือเล่มหนึ่งจะพิมพ์ประมาณ 3,000 เล่ม เท่ากับว่านักเขียนจะมีรายได้ 60,000 บาท แต่ในฟิกชั่นล็อกราคาขายโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 3-9 บาทต่อบทแล้วแต่นักเขียนกำหนด ส่วนจะบทละกี่หน้าก็ขึ้นอยู่ กับนักเขียนเหมือนกันว่าจะทำสั้น ทำยาว อย่างไรก็ได้

fictionlog.co ซึ่งมีทั้งเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นในมือถือ
fictionlog.co ซึ่งมีทั้งเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นในมือถือ

ซึ่งเมื่อถามถึงรายได้ของนักเขียนในฟิกชั่นล็อกก็มีตัวเลขที่น่าทึ่งว่า…

“นักเขียนบางคนเป็นเด็กมัธยมทำรายได้หลายหมื่นบาทต่อเดือน บางคนได้เป็นแสนก็มี ที่มันได้มาก เพราะไม่มี ต้นทุนการพิมพ์ ซึ่งทุกวันนี้มีนักเขียนวัยรุ่นจนถึงประมาณช่วงวัยทำงานตอนต้นเข้ามาลองเขียนลองใช้กันเยอะ”

“ตอนนี้เทรนด์นิยายจีนกำลังมา ฮิตทุกที่ ไม่ใช่เฉพาะในฟิกชั่นล็อก ส่วนถ้าเป็นของไทยก็จะเป็นพวกนิยายวาย พวกจิ้นๆ อะไรกันแบบนั้น วัยรุ่นจะชอบกันเยอะ หรือโรแมนติคก็ยังพอได้ รองลงมาจะเป็นพวกแฟนตาซี แต่สายวรรณ กรรมหนักๆ จะยังไม่ค่อยเป็นที่นิยม”

หลังจากฟิกชั่นล็อกเปิดใช้งานมาประมาณ 1 ปีครึ่ง มีนิยายมาลงขายกว่า 5,000 เล่ม แต่ละเดือน จะมีนักเขียน หมุนเวียนอยู่ประมาณ 2,000 คน ส่วนยอดคนอ่านก็ตกเดือนละประมาณ 200,000 คน! จากทีมงานตั้งต้นที่มีเพียง 5 คน ก็ขยายเป็น 25 คนในปัจจุบัน และล่าสุด เขาเพิ่งประกาศรับนักแปลนิยายจีนประจำเพิ่มอีก 100 คน!!!  การันตีรายได้ตั้งแต่ 20,000 – 75,000 บาทต่อเดือน!!

บรรยากาศการทำงานในออฟฟิศสตาร์ทอัพ ที่เต็มไปด้วยคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่
บรรยากาศการทำงานในออฟฟิศสตาร์ทอัพ ที่เต็มไปด้วยคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่

“หน้าที่ของคนกลางอย่างเราก็คือการดึงนักเขียนดีๆ เข้ามา คอยพัฒนาและดูแลนักเขียน เวลาที่เขาต้องการอะไร เราก็คอยสนับสนุน เช่น เรื่องของเทคนิค อะไรที่ใช้ไม่เป็นก็ต้องคอยบอก หรือ บางคนเป็นนักเขียนหน้าใหม่ที่มีแวว ผมก็รับ หน้าที่เป็นบรรณาธิการให้ เพราะถ้านักเขียน success เราก็ success ธุรกิจเราก็เติบโต

แต่หากถามว่า อะไรทำให้เขามั่นใจว่าจะมีคนยอมจ่ายเงินซื้อนิยายออนไลน์ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ บางเว็บดังๆ ก็มี นิยายมากมายให้อ่านกันฟรีๆ

“เรามีการ research จากต่างประเทศมาก่อนว่าอุตสาหกรรมนี้ในที่อื่นเป็นอย่างไร ซึ่งก็เห็นว่าทุกที่ มันก็ไปใน เทรนด์นี้หมด คล้ายๆ โมเดลของ netflix คือของดีแต่ไม่แพง คนก็ยอมจ่าย นิยายบทหนึ่ง ขายกัน 3 บาทเนี่ย น้ำเปล่ายังซื้อ ไม่ได้เลย เราก็เลยกล้าที่จะลอง ซึ่งทุกวันนี้ก็เห็นแล้วว่ามันมีคนซื้อจริงๆ

แต่ถ้าถามว่า Fictionlog จะกลายมาเป็นคู่แข่งสำนักพิมพ์หรือเปล่า? ปิ๊บโป้ยืนยันว่า “ไม่ใช่” เขาอยากสนับสนุน ทั้งวงการสิ่งพิมพ์ให้ขยับปรับเปลี่ยนเข้าสู่ยุคดิจิตอลไปด้วยกันต่างหาก

“การตีพิมพ์มันมีต้นทุน ดีลสายส่งก็เป็นอีกต้นทุน จะออกหนังสือเล่มนึงเสียเงินเป็นแสน ๆ ซึ่งช่องทางออนไลน์ มันช่วยตรงนี้ได้เต็มๆ ถ้าจะออกหนังสือสักเล่ม แล้วพิจารณาจากออนไลน์ก่อนแบบ Digital First มันก็จะช่วยลดต้นทุน ได้มาก เซฟกว่า ประหยัดกว่า เป็นการทดลองตลาดในตัว พอต้นฉบับเสร็จก็ลงได้เลย ยิ่งถ้าทำการตลาดหน่อย ทำปกดีๆ ตั้งราคา ไปแปะ URL ขายได้ทันที แถมมีผลวิเคราะห์ให้ดูอีก เราพยายามไปแนะนำหลายๆ สำนักพิมพ์ให้เห็นช่องทาง ตรงนี้ ซึ่งบางสำนักพิมพ์เริ่มมาลงแล้ว ผมก็หวังว่ามันจะเป็นทางเลือกอีกทางที่จะช่วยสำนักพิมพ์ได้ในอนาคตอันใกล้”

ทีมงานที่เต็มไปด้วยคนรุ่นใหม่ไฟแรง
ทีมงานที่เต็มไปด้วยคนรุ่นใหม่ไฟแรง

“ผมเคยทำอาชีพเขียนบท แล้วผมรู้สึกว่าคนทำงานเขียนมันจน (หัวเราะ) เจตนาแรกของผมคืออยากทำให้งาน เขียนมันมีคุณค่า คือพื้นที่ให้ลงฟรีมันมีเยอะ แต่พื้นที่ที่นักเขียนมาลงแล้วสามารถสร้างรายได้ได้จริงๆ มันยังไม่มี ถ้านี่จะ เป็นช่องทางที่ช่วยให้นักเขียนสามารถสร้างรายได้ ผมก็คิดว่ามันเป็นโอกาสที่ดี

ส่วนเป้าหมายในอนาคต เขามองไกลไปถึงระดับโลก

“ผมอยากให้ประเทศไทยเป็นแหล่งที่นักเขียนอยู่ได้ สามารถทำเป็นงานประจำได้ มีรายได้เป็นกอบเป็นกำ ผมอยากทำให้อุตสาหกรรมมันใหญ่ขึ้น ถ้าเป็นไปได้ก็อยากนำงานของไทยไปเผยแพร่ในต่างประเทศ อย่างเกาหลี ญี่ปุ่น เขาส่งออกได้ ถ้าในอนาคต เราสามารถส่งออกงานเขียนของเราได้ก็คงจะดี”

ไปดูงานที่ Pixar Studio,แคลิฟอร์เนีย
ไปดูงานที่ Pixar Studio,แคลิฟอร์เนีย

แต่ถ้าใครอ่านมาถึงตรงนี้ แล้วนึกอยากลองฝีมือขึ้นมาบ้าง ก็ลองเข้าไปที่ดูลู่ทางกันได้ที่ https://fictionlog.co กันได้ มีคู่มือสำหรับนัก(อยาก)เขียนออนไลน์ให้ลองปฏิบัติตามกันแบบง่ายๆ แต่ถ้ามีเรื่องราวดีๆ ที่อยากแชร์ก็ไปที่ https://storylog.co แทน เพราะปิ๊บโป้เชื่อมั่นเสมอว่า

“A good story never dies, keep your story alive”

ออฟฟิศใหม่ที่เตรียมพร้อมบรรจุเรื่องราวดีๆ อีกมากมาย
ออฟฟิศใหม่ที่เตรียมพร้อมบรรจุเรื่องราวดีๆ อีกมากมาย

สตาร์ทอัพ (Startup) คือ ธุรกิจที่เริ่มต้นจากการแก้ปัญหาจุดเล็กๆ ในชีวิตประจำวัน มีการนำเอาเทคโนโลยี เข้ามาช่วย ทำให้มีต้นทุนต่ำ สามารถแข่งขันกับธุรกิจในอุตสาหกรรมยักษ์ใหญ่แบบเดิมได้ง่าย โดยมีการออกแบบ ให้ธุรกิจสามารถทำซ้ำง่ายและขยายตัวได้เร็ว ยกตัวอย่าง เช่น การสร้างเว็บไซต์หรือแอพพลิเคชั่นให้คนมาขายของ เมื่อทำแล้วมีคนเอาของมาขายเยอะ รายได้ที่เข้ามาก็จะเพิ่มมากขึ้น ยิ่งถ้าพิสูจน์แล้วว่าดี ทำเงินได้ ก็สามารถขยายตัว ด้วยโมเดลเดิมได้ เราจะเห็น Startup ทำธุรกิจเกี่ยวข้องกับสายเทคโนโลยีเยอะ เพราะสามารถเติบโตได้ง่ายกว่าธุรกิจ ประเภทอื่นๆ