ตบแล้วตึง ตะลึงกับหอยทากไทย
จากหอยทากตัวจิ๋ว สู่ครีมกระชับผิวยอดฮิตระดับโลก

เรื่อง : รัตนางศ์ ตุละวรรณ

เมื่อพูดถึงครีมหอยทาก คนส่วนใหญ่มักนึกถึงเครื่องสำอางที่นำเข้ามาจากเกาหลี แต่เชื่อหรือไม่ว่า หอยทากสายพันธุ์ไทยของเราที่เห็นเดินกันกระดื๊บๆ ตามสวนหลังบ้าน ก็สามารถนำมาทำครีมได้เหมือนกัน!! ยิ่งไปกว่านั้น เมือกของหอยทากบ้านเรา ยังทำให้ผิว “อึด ถึก ทน” ได้กว่าของเกาหลีเป็นไหนๆ ส่วนจะเป็นเพราะเหตุใดนั้น มาหาคำตอบร่วมกันในบทความนี้

เมื่ออายุมากขึ้น สาวๆ (รวมถึงหนุ่มๆหลายคน) ก็เริ่มวิตกกังวลถึงริ้วรอยต่างๆ บนใบหน้า จนต้องควานหาสิ่งที่จะมาช่วยชะลอริ้วรอแห่งวัยเอาไว้ จนเดือดร้อนไปถึงเจ้าสัตว์ตัวจิ๋วอย่าง ‘หอยทาก’ ที่ถูกนำมาใช้บริโภคและใช้ประโยชน์เพื่อความงามกันอย่างแพร่หลายตั้งแต่สมัยจักรวรรดิโรมันแล้ว! ด้วยเพราะคุณสมบัติในการผลิต ‘เมือก’ ที่มีสารประกอบที่ช่วยบำรุงผิวพรรณของมนุษย์ได้ อย่างเช่น สารต้านอนุมูลอิสระ สารต้านการอักเสบ โปรตีนและเปปไทด์

หอยทากหลั่งเมือกออกมาปกคลุมผิวให้ชุ่มชื้นตลอดเวลา
หอยทากหลั่งเมือกออกมาปกคลุมผิวให้ชุ่มชื้นตลอดเวลา

เดิมทีหอยทากเป็นสัตว์จำพวกหอยที่อาศัยอยู่ในน้ำ แต่เมื่อผ่านกาลเวลานับล้านปี มันก็ได้ค่อยๆ วิวัฒนาการจนสามารถขึ้นมาอาศัยอยู่บนบกที่ทั้งร้อนและแห้งได้ ด้วยการผลิต ‘เมือก’ ที่ช่วยเคลือบผิวเอาไว้ ทำให้ผิวหอยทากมีความมันวาว ชุ่มชื้นและเปียกลื่นตลอดเวลา รวมถึงยังช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่เกิดบาดแผล และป้องกันไม่ให้เชื้อโรคมาทำอันตรายผิวได้อีกด้วย… เรียกได้ว่าเป็นวิวัฒนาการที่สมบูรณ์แบบจนไม่จำเป็นต้องพัฒนาไปมากกว่านี้อีกแล้ว

จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไม ‘เมือก’ หอยทาก ถึงได้เป็นที่หมายปองของเหล่าธุรกิจความงาม

แต่…เมือกของหอยทากนั้นจะถูกผลิตออกมาจากอวัยวะสองส่วนที่ทำหน้าที่ต่างกัน ส่วนแรกคือเมือกส่วนเท้าที่จะหลั่งออกมาเวลาเดิน ทำให้มันสามารถขยับตัวไปบนพื้นแห้งๆ ได้สะดวก ซึ่งเมือกจากส่วนนี้ประกอบไปด้วยโปรตีนและคาร์โบไฮเดรตเป็นส่วนใหญ่ รวมถึงสารที่ช่วยต้านเชื้อแบคทีเรีย แต่ไม่มีสารที่ช่วยเรื่องการบำรุงผิว ทั้งยังมีความเหนียวสูง ซึมเข้าผิวได้ยาก ดังนั้นเมื่อนำมาทำเป็นเครื่องสำอางจะยิ่งทำให้รูขุมขนอุดตันและเป็นสิวได้

แมนเทิล (mantle) เนื้อเยื้อมหัศจรรย์ที่สร้างเปลือกและปล่อยเมือกที่ช่วยความชุ่มชื้นให้หอยทาก
แมนเทิล (mantle) เนื้อเยื้อมหัศจรรย์ที่สร้างเปลือกและปล่อยเมือกที่ช่วยความชุ่มชื้นให้หอยทาก

แตกต่างจากเมือกส่วนแมนเทิลหรือส่วนคอที่อยู่ใต้เปลือก ที่หอยทากหลั่งออกมาเพื่อเคลือบให้ผิวคงความชุ่มชื้น เมือกส่วนนี้จะมีสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพมากถึง 6 ชนิด คือ สารต้านเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา กรดไกลโคลิค (glycolic acid) ช่วยผลัดเซลล์ที่ตายแล้ว อาลันโทอิน (alantoin) ช่วยสร้างเนื้อเยื่อใหม่ กรดไฮยาลูโรนิค (Hyaluronic acid) ช่วยพยุงเนื้อเยื่อให้ตึงและสะสมน้ำให้ผิวชุ่มชื้น สารต้านอนุมูลอิสระ(anti-oxidant) และวิตามินเอ ดี และอี ที่ช่วยบำรุงผิวพรรณ

ซึ่งเครื่องสำอางหอยทากไทยนั้นทำมาจากเมือกส่วนแมนเทิลล้วนๆ !!

ศ.ดร.สมศักดิ์ ปัญหา หรือ อาจารย์สมศักดิ์ คือสุดยอดนักวิจัยไทยเจ้าของฉายา ‘อาจารย์หอย’ ‘ด็อกเตอร์หอย’ หรือ แม้แต่ ‘เซียนหอย’ เพราะเป็นผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์ความงามเมดอินไทยแลนด์ ที่ไม่ใช่โดดเด่นแค่คุณสมบัติของเมือกหอยทากที่ผลิตจากส่วนแมนเทิลเท่านั้น แต่ยังผลิตมาจากหอยทากสายพันธุ์ที่ค้นพบในประเทศไทยทั้งหมดอีกด้วย

ศ.ดร.สมศักดิ์ ปัญหา หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการวิจัยซิสเทมาติกส์ของสัตว์ 
และอาจารย์ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ศ.ดร.สมศักดิ์ ปัญหา หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการวิจัยซิสเทมาติกส์ของสัตว์ 
และอาจารย์ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ด้วยประสบการณ์กว่า 30 ปีของอาจารย์สมศักดิ์ในการวิจัยค้นหาสายพันธุ์หอยทากและลงพื้นที่ป่าในภูมิภาคต่างๆ ของประเทศไทย ทำให้อาจารย์ค้นพบหอยทากในประเทศไทยรวมแล้วกว่า 600 สายพันธุ์!! จากทั้งหมดที่คาดว่าจะมีมากถึง 1,500 สายพันธุ์ ! ไม่ว่าจะเป็นหอยต้นไม้ที่มีสีสันสวยงาม หอยทากจิ๋วที่มีรูปร่างหลากหลาย และหอยทากนักล่าที่มีลำตัวสีสดใส และท่ามกลางบรรดาสายพันธุ์จำนวนมากนี้ ก็มีอยู่สองสายพันธุ์ที่เป็นสุดยอดของหอยทากที่หลั่ง ‘เมือก’ จากแมนเทิลคุณภาพสูง รวมถึงให้ปริมาณน้ำเมือกมากกว่าหอยทากชนิดอื่นๆ นั่นคือ ‘หอยทากนวลและหอยทากสยาม’

หอยทากนวล หอยทากบกสัญชาติไทย หนึ่งในหอยที่ผลิตเมือกคุณภาพชั้นดีเยี่ยม
หอยทากนวล หอยทากบกสัญชาติไทย หนึ่งในหอยที่ผลิตเมือกคุณภาพชั้นดีเยี่ยม

ที่สำคัญ จุดเด่นของหอยทากสายพันธุ์ที่พบในบ้านเรายังมีการปรับตัวหรือวิวัฒนาการเพิ่มมากกว่าหอยทากที่เติบโตในประเทศอื่น ด้วยการผลิตเมือกที่ช่วยให้ผิวทนทานและแข็งแรงต่อความร้อนของแสงแดด ได้ดีกว่าหอยทากที่อยู่ในเขตหนาว เพราะเมือกนี้ทำให้มันสามารถอยู่รอดได้ในประเทศไทยที่มีมลภาวะและความร้อนสูง มีวงจรชีวิตที่แข็งแรง อดทนต่อสภาพดินฟ้าอากาศและศัตรูในธรรมชาติ

เพราะฉะนั้น เมือกจากหอยทากพันธุ์ไทย จึงทำให้ผิวผู้ใช้ “อึด ถึก ทน” มากขึ้นตามไปด้วย

รางวัลต่างๆ ที่ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางหอยทากไทยได้รับจากเวทีระดับโลก
รางวัลต่างๆ ที่ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางหอยทากไทยได้รับจากเวทีระดับโลก

“หอยบ้านเราอยู่ในเขตร้อน ผ่านความสมบุกสมบันมาโชกโชน ดวงอาทิตย์ก็ร้อน แสงยูวีก็เยอะ เชื้อโรคก็เยอะ แม้แต่คนในเมืองร้อนก็เหมือนกัน อึดกว่า ทนกว่า เราแค่มองข้ามเท่านั้น… เป้าหมายผม คือ สร้างแบรนด์ไทยให้ได้ ทรัพย์สินทางปัญญาของเรา ไม่ต้องไปอิงยี่ห้อของประเทศอื่น เกาหลีเขายังต้องมาซื้อเมือกของประเทศเราด้วยซ้ำไป”

ด้วยพลังความทนทานของหอยทากสัญชาติไทยนี่เอง เมื่ออาจารย์สมศักดิ์พัฒนาต่อยอดด้วยการนำมาผลิตเป็นเครื่องสำอาง จึงได้รับการตอบรับจากตลาดโลกเป็นอย่างดี ทำยอดขายในปี 2559 ที่ผ่านมามากถึงกว่า 300 ล้านบาท รวมถึงยังได้รับรางวัลผลิตภัณฑ์นวัตกรรมเหรียญทองจากงาน 44th International Exhibition of Invention of Geneva 2016 ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และเหรียญทองในงานจากงาน Seoul International Invention Fair 2015 ประเทศเกาหลีใต้

อาจกล่าวได้ว่า ‘หอยทากไทย ไม่แพ้หอยทากใดในโลก’

นอกจากนี้ อาจารย์สมศักดิ์ยังได้ต่อยอดไปสู่การทำฟาร์มหอยทากเชิงนิเวศ ในการผลิตเมือกหอยทากสำหรับอุตสาหกรรมความงาม โดยเลี้ยงภายใต้ระบบที่ควบคุมทั้งอุณหภูมิและความชื้นให้ใกล้เคียงถิ่นอาศัยในธรรมชาติของหอย และยังทำเป็นแหล่งเรียนรู้หอยทากแบบครบวงจรไปพร้อมกัน เพื่อให้เด็กไทยและคนไทยได้รู้จักทรัพยากรที่มีคุณค่าของประเทศเรา

“คนชอบถามว่าทำไปทำไมเรื่องหอยทาก จะรู้ไปทำไมว่ามีกี่ชนิด …ผมว่าสังคมบ้านเราก็เป็นอย่างนี้แหละ คนที่ทำให้เสียกำลังใจมีเยอะอยู่ แต่มองในแง่ดีว่าเขายังไม่รู้ เดี๋ยวเขาก็รู้เอง”

แหล่งเรียนรู้หอยทากแบบครบวงจรให้เยาวชนและผู้สนใจได้ศึกษาความรู้เกี่ยวกับหอยทาก
แหล่งเรียนรู้หอยทากแบบครบวงจรให้เยาวชนและผู้สนใจได้ศึกษาความรู้เกี่ยวกับหอยทาก

เครื่องสำอางที่ผลิตจากเมือกหอยทากไทย เป็นอีกหนึ่งเครื่องพิสูจน์ว่าประเทศไทยยังคงมีสิ่งดีอีกมากมายเช่นเดียวกับประเทศอื่นทั่วโลก เป็นเหมือนขุมทรัพย์ที่ถูกลืม…และรอคอยให้คนไทยทุกคนกลับมาค้นพบ เพื่อที่จะช่วยกันดูแลรักษาและพัฒนาให้อยู่ต่อไป ขอเพียงเราเชื่อมั่นในศักยภาพของ ‘เมืองไทย’ เท่านั้นเอง

“ปู่ย่าตายายสอนเราไว้แล้วว่าทรัพย์ในดินสินในน้ำ แต่เราเองนั่นแหละที่ตีปริศนากันไม่ออก”

อาจารย์สมศักดิ์ทิ้งท้ายกับเราไว้

อ้างอิงข้อมูล