ภารกิจของ Ironman
บนโลกแห่งความจริงช่างแตกต่างจากในโลกของภาพยนตร์

เรื่อง: ฐิติรัตน์ เจริญยิ่งวัฒนา

Ironman บนโลกแห่งความจริงช่างแตกต่างจากในโลกของภาพยนตร์ เพราะมันหมายถึงการพิชิตภารกิจการว่ายน้ำ 3.86 กิโลเมตร ปั่นจักรยาน 180.25 กิโลเมตร และ วิ่ง 42.2 กิโลเมตร ภายในเวลาเพียง 17 ชั่วโมง และหากประเทศไทย มี Ironman แบบนี้สักคน อยากรู้ว่าเส้นทางและเป้าหมายของเขาคนนั้นคืออะไร…

ภาพชายหนุ่มวัยสามสิบปลายออกวิ่งและปั่นจักรยานไปตามถนนทั้งในตอนเช้ามืด กลางแดดเปรี้ยงยามบ่าย หรือช่วงเย็นยามโพล้เพล้ เป็นภาพที่ชินตาสำหรับชาวบ้านในจังหวัดอ่างทองเป็นอย่างดี เพราะเป็นกิจวัตรที่ดำเนินต่อเนื่องมาเป็นเวลาเกือบ 3 ปีของ คุณแบต-ภราดร ปริศนานันทกุล อดีต ส.ส. จังหวัดอ่างทอง ที่เรามักจะนึกภาพเขาในชุดสูทผูกไทด์ดูเป็นงานเป็นการอยู่ในสภามากกว่า

เป้าหมายของการซ้อมวิ่ง ปั่นจักรยาน รวมไปถึงการว่ายน้ำ ทั้งหมดนี้ก็เพื่อเข้าร่วมการแข่งขัน ไตรกีฬาไอรอนแมน (IRONMAN TRIATHLON) ซึ่งประกอบไปด้วย การว่ายน้ำ 3.86 กิโลเมตร ปั่นจักรยาน 180.25 กิโลเมตร และ วิ่ง 42.2 กิโลเมตร ทุกอย่างต้องทำอย่างต่อเนื่องภายในเวลาเพียง 17 ชั่วโมง!!

ในการแข่งขันไตรกีฬาที่ได้ชื่อว่าโหดที่สุดในโลกนี้ ผู้เข้าแข่งขันต้องแบกรับทั้งความกดดันและใช้ความอดทนมุ่งมั่นขนานใหญ่เพื่อทะลุขีดจำกัดของร่างกาย ซึ่งเขาคนนี้ตัดสินใจลงแข่งเป็นครั้งที่สองที่ประเทศออสเตรเลียในวันที่ 3 ธันวาคม หลังจากที่เคยลงแข่งครั้งแรกที่ประเทศเกาหลีไปเมื่อ 15 กันยายน 2560 ที่ผ่านมา

คุณแบตกับการลงแข่งขันไตรกีฬาไอรอนแมน (IRONMAN TRIATHLON) ณ เมือง Gurye ประเทศเกาหลีใต้
คุณแบตกับการลงแข่งขันไตรกีฬาไอรอนแมน (IRONMAN TRIATHLON) ณ เมือง Gurye ประเทศเกาหลีใต้

เมื่อถามถึงแรงจูงใจในการเข้าแข่งขันทัวร์นาเมนท์นี้ซ้ำเป็นครั้งที่สองภายในระยะเวลาเพียง 3 เดือน เขาบอกว่าต้องการทำเวลาให้ดีขึ้นจากครั้งแรกที่ยังไม่ค่อยเป็นที่น่าพอใจนัก

“มันเป็นความท้าทายส่วนตัว เพราะตอนแข่งครั้งแรก รู้สึกว่ายังไม่เต็มที่กับมันเท่าไหร่ มัวแต่ไปพะวงว่าจะมีแรงเหลือไปทำกิจกรรมอื่นต่อไหม ก็เลยเซฟตัวเองไว้ก่อน ทำให้ใช้เวลาไป 14 ชั่วโมง 45 นาที แต่เนื่องจากเราซ้อมมาหนักพอ สมควรก็เลยคิดว่าน่าจะทำเวลาได้ดีกว่านี้ ครั้งนี้อยากให้เร็วขึ้นกว่าเดิมสัก 1 ชั่วโมง 15นาที ให้เหลือ 13 ชั่วโมงครึ่ง”

ส่วนที่มาของการออกกำลังในระดับที่เกินมนุษย์ทั่วไปนั้น คุณแบตย้อนเล่าถึงจุดเริ่มต้นให้ฟังว่า

“พอน้ำหนักมากขึ้น ไม่สบายบ่อยขึ้น ผมก็เริ่มอยากออกกำลังกายเหมือนคนทั่วไป ผมเริ่มจากการวิ่ง 5 กม. 10 กม.ก่อน แล้วพอดีมีกลุ่มเพื่อนที่สวนกุหลาบเริ่มชักชวนกันวิ่งมาราธอน ก็มีการตั้งกลุ่มออกกำลังกายขึ้นมาบน facebook ชื่อกลุ่ม OSK 115 Ironman จะมีตารางออกมาในแต่ละวันว่าต้องวิ่งแบบนี้ ในกลุ่มที่มีสมาชิก 231 คน เราจะสร้างกล่องการบ้าน คอยอัพเดตกัน เช่น วันนี้วิ่งไปกี่กม. ว่ายน้ำไปเท่าไหร่แล้ว มันก็ทำให้เริ่มมีเป้าหมาย ว่าต้องซ้อมยังไง เพื่อที่จะวิ่งมาราธอนได้ แล้วเรายังแบ่งกลุ่มย่อย 4 กลุ่ม เก็บสถิติ พอครบ 3-4 เดือน กลุ่มไหนคะแนนน้อยก็เลี้ยงข้าว

จากความสนุกที่เริ่มจากการหากิจกรรมใหม่ๆ มาทำร่วมกันของกลุ่มศิษย์เก่ารั้วสวนกุหลาบ ค่อยๆ ขยับมาเป็น การแข่งขันเพื่อเอาชนะกันเล่นๆ ก่อนจะเริ่มชักชวนกันไปสู่การแข่งขันที่เอาจริงเอาจังมากขึ้นเรื่อยๆ

“จากกลุ่มวิ่งมาราธอน ก็เริ่มมีคนปั่นจักรยานด้วย อย่างผมเองก็เริ่มจากการวิ่ง แต่เมื่อสัก 2 ปีที่แล้ว เจ็บเท้า เป็นรองช้ำ เพราะวิ่งเยอะไป เขาก็แนะนำกันว่าให้ลองปั่นจักรยานดู เลยซื้อจักรยานมาปั่น พอซื้อมาเสร็จ เพื่อนในกลุ่มก็บิวท์กันว่าเล่นไตรกีฬาเลยสิ ก็เลยไปหัดว่ายน้ำอีกหน่อย แล้วก็เลยชวนกันไปแข่งไตรกีฬา”

และในการแข่ง Ironman ครั้งล่าสุดเมื่อเดือนกันยายน จากจำนวนคนไทยทั้งหมด 99 คน มีทีมจากสวนกุหลาบไปร่วมแข่งถึง 20 กว่าคน …ต้องขอบอกว่าชายหนุ่มกลุ่มนี้ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว

“จากที่เริ่มใหม่ๆ ตอนแรก ผมว่ายน้ำ 750 เมตร ปั่น 20 กิโลเมตร วิ่ง 5 กิโลเมตร ซึ่งคนทั่วไปก็คิดว่ามันเยอะแล้ว แต่พอไปเจอพี่ตูน Body Slam ที่แข่งในระดับ standard คือ ว่ายน้ำ 1500 เมตร ปั่น 40 กิโลเมตร วิ่งอีก 10 กิโลเมตร ซึ่งก็คือดับเบิ้ลจากที่เราทำ มันก็ท้าทายนะครับ เกิดความ Challenge ตัวเอง ว่าเมื่อคนอื่นเขาทำได้ ถ้าเราซ้อม มันก็ต้องทำได้สิ”

เมื่อตัดสินใจจะเข้าแข่งในทัวร์นาเมนท์นี้ ทำให้คุณแบตต้องฟิตซ้อมร่างกายอย่างหนักเป็นเวลา 6 เดือน ก่อนการแข่งขัน

“ตั้งแต่เดือนมีนาคมจนถึงกันยายน ในหนึ่งอาทิตย์ ผมจะซ้อม 6 วัน หยุด 1 วัน ซึ่งจะมีบางวัน ที่ต้องซ้อมทั้งเช้าและเย็น อย่างเช่น วันจันทร์ เช้า-ว่ายน้ำ เย็น-วิ่ง วันอังคาร ปั่นจักรยานสัก 60 กม.แล้วมาวิ่งต่ออีก 5 กม. วันพุธก็จะเป็นว่ายน้ำกับวิ่ง พฤหัสก็ปั่นจักรยานระยะกลางๆ สัก 60 – 70 กม. พอวันศุกร์ก็กลับมาว่ายน้ำ วันเสาร์ก็จะปั่นยาว”

“ทั้งหมดนี้ผมซ้อมคนเดียว แต่บางครั้งที่เวลาตรงกับกลุ่มปั่นจักรยานของที่อ่างทอง ผมก็จะไปร่วมปั่นกับเค้าด้วย แต่ส่วนใหญ่ เวลาผมจะไม่ค่อยตรงกับชาวบ้าน คนอื่นเขาจะไปกันช่วงเย็น แต่ช่วงเย็นผมมักจะมีภารกิจ ผมก็จะไปซ้อมคนเดียวตอนเช้า ตื่นเช้าหน่อยไปปั่นจักรยาน พอเสร็จก็มาทำงาน ออกงานปกติ”

แต่การซ้อมที่หนักเกินร่างกายคนธรรมดาจะรับไหว ก็สร้างความกังวลให้คนรอบข้างได้เหมือนกัน

“ครอบครัว โดยเฉพาะคุณแม่ ก็เป็นห่วงว่าเราทำเกินไปหรือเปล่า อย่างคนอื่นวิ่งครึ่งชั่วโมง-ชั่วโมงนึง แต่ผมปั่นจักรยานทีนึงตั้งแต่เช้า…กลับมาเที่ยง กลับมาตัวดำ แม่ก็ถามว่ามันมากไปหรือเปล่า แต่ผมว่าลิมิตของแต่ละคนมันไม่เท่ากัน บางคนวิ่ง 5 กม.ก็เหนื่อยแล้ว บางคนวิ่ง 100 กม.ก็วิ่งได้ มันเป็นขีดความสามารถของแต่ละคน พอฝึกมากขึ้น มันก็มีความแข็งแรงคงทนมากขึ้นไปเอง”

แต่สิ่งสำคัญสำหรับคนที่จะจบระยะ Ironman ไม่ใช่เพียงแค่ร่างกายที่แข็งแกร่งเท่านั้น จิตใจก็ต้องเข้มแข็งไม่แพ้กัน

“สำคัญที่สุดคือต้องมีวินัยในการฝึกซ้อม เมื่อก่อนตอนผมวิ่งมาราธอน ยังไม่ได้มีวินัยขนาดนี้ วันไหนมีอารมณ์ หรือว่าง อยากจะซ้อมก็ซ้อม แต่ตั้งแต่มาสมัคร Ironman มันก็ต้องบอกตัวเองให้ตื่นเช้าตั้งแต่ตีห้า-หกโมง เพื่อที่จะมาซ้อมซัก 2-3 ชม. ก่อนไปทำงาน”

“บางทีก็เคยรู้สึกถอดใจกลางคัน อย่างปั่นจักรยานทีหนึ่ง 6 ชม. ระหว่างทางมันก็ร้อน หิว บางทีก็เหนื่อย ท้อ อยากจะเลิก อยากจะหยุดหลายครั้ง แต่ว่าพอนึกถึงเป้าหมายว่าเราต้องไปแข่งระยะที่มันโหดมากๆ ถ้าไม่ซ้อมวันนี้ วันที่ไปแข่ง เราก็จะไม่ไหว”

ในเส้นทางของสายอาชีพ หลายคนอาจนำเอาความสำเร็จทางธุรกิจ หรือตำแหน่งหน้าที่การงานมาเป็นเป้าหมายในการท้าทายตัวเอง แต่เหตุที่คุณแบตกลับเลือกเอา ‘กีฬา’ มาเป็นเป้าหมายนั้น เขาให้เหตุผลกับเราว่า…

“เพราะกีฬาเป็นสิ่งที่เราสามารถทำได้ด้วยตัวเอง ถ้าเรามีวินัย การมีวินัยในตัวเอง ผมว่ามันเป็นทั้งเรื่องที่ง่ายที่ สุดและยากที่สุดที่เราจะทำได้ เอาเรื่องง่ายๆ ใกล้ตัว ที่คุณจะต้องปลุกตัวเองตอนเช้าๆ เพื่อที่จะมาซ้อม เรื่องที่คุณจะต้องซ้อมหนัก เพื่อให้สำเร็จในการแข่งขัน ถ้าเราเอาชนะตัวเองไม่ได้ ก็ไม่ต้องไปคิดแล้วว่าจะไปชนะใคร”

ตลอด 3 ปีที่หันมาออกกำลังกายอย่างจริงจัง นอกจากผิวกายที่คล้ำลง และรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูสุขภาพดีขึ้น ยังมีอีกหลายสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปภายในตัวตนของเขาด้วย

“ผมว่าเรื่องที่มันเปลี่ยนไปมากๆ เลย คือศักยภาพเราถูกขยาย ความคิดที่ว่าเราสามารถที่จะทำอะไรที่มันไม่น่าเป็นไปได้ ให้เป็นไปได้ เพราะฉะนั้นในเรื่องงานหรือเรื่องส่วนตัวก็เหมือนกัน ผมเชื่อว่าถ้าเรามี Passion ที่จะทำอะไรสักอย่าง ถ้าตั้งเป้าหมายไว้ แล้วเรามุ่งมั่น มีวินัย เราก็จะทำมันได้ในที่สุด”

และในฐานะ Ironman ของชาวอ่างทอง คุณแบตเองก็มีภารกิจที่วางเอาไว้แล้วว่า…

“ผมอยากจะชวนคนให้หันมาออกกำลังกายให้ได้มากที่สุด อยากทำให้อ่างทองเป็นเมืองออกกำลังกาย อยากเห็นพ่อแม่จูงลูกไปวิ่งในสวนสาธารณะ อยากเห็นคนในชุมชนที่ออกมารวมตัวกันออกกำลังกาย เต้นแอโรบิคตอนเย็นๆ

ประโยชน์ที่แน่นอนที่สุดคือสุขภาพร่างกายของทุกคนก็จะแข็งแรง โรคภัยไข้เจ็บลดลง แล้วพอทุกคนมีกิจกรรมร่วมกัน ความสัมพันธ์ในครอบครัวก็จะดีขึ้น ชุมชนก็จะมีความเข้มแข็ง ผมเชื่อว่าสุขภาพที่ดีเป็นพื้นฐานเบื้องต้นของการพัฒนาคนและสังคม”

กิจกรรมของชาวอ่างทองในการออกวิ่งเพื่อหาเงินร่วมสมทบทุนกับโครงการก้าวคนละก้าว
กิจกรรมของชาวอ่างทองในการออกวิ่งเพื่อหาเงินร่วมสมทบทุนกับโครงการก้าวคนละก้าว

“อยากให้การแข่ง Ironman ของผม เป็นแรงบันดาลใจให้คนหันมาออกกำลังกายเพิ่มขึ้น ถ้าคนอย่างผมทำได้ ทุกคนก็ทำได้”

เชื่อแน่ว่าในอนาคตเราอาจเห็นไอรอนแมนหลากหลายรุ่นเดิน วิ่ง ปั่นในจังหวัดอ่างทอง จนกลายเป็นจังหวัดต้นแบบของคนสุขภาพดีในไม่ช้า…