เส้นทางสายดอกไม้ของลูกผู้ชายอาชีวะ
เมื่อเด็กอาชีวะ ลุกขึ้นมาเป็นนักจัดดอกไม้ …ความอ่อนโยนที่สัมผัสได้ จากใจและกายของผู้ชายสุดแกร่ง

เรื่อง/ภาพ: ภรภัทร ศิลปการธนกิจ

เมื่อเด็กหนุ่มวัยคะนอง ตัดสินใจยุติการเรียนสายสามัญ และเดินตามความฝันมาเป็น ‘นักจัดดอกไม้” ด้วยสองมือที่มานะบากบั่นในการเก็บเกี่ยวประสบการณ์ จนสามารถสร้างรายได้ที่เลี้ยงตัวเองได้ตั้งแต่วัยเรียน แถมมีลูกค้าตั้งแต่ระดับบุคคล องค์กร ไปจนถึงระดับชาติ!! สร้างผลงานสุดประทับใจสู่สายตาชาวไทยนับล้าน และกำลังจะก้าวสู่ระดับโลกในเร็ววันนี้

ใกล้เที่ยงของวันที่ท้องฟ้าปกคลุมด้วยเมฆจาง เรามีนัดกับ ‘หนุ่มนักเรียนอาชีวะ’ ที่มีอาชีพเป็น ‘นักจัดดอกไม้’

‘ป้อม – ปราโมทย์ การัมย์’ ชายหนุ่มวัย 21 ปี กำลังสาละวนอยู่กับการปักดอกไม้บนวัตถุรูปทรงคล้ายคฑา ในร้านดอกไม้เล็กๆ แห่งหนึ่งที่ถูกใช้เป็นที่เก็บตัว สำหรับการเป็นตัวแทนเยาวชนระดับประเทศไทย จากกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน ไปร่วมแข่งขันทักษะวิชาชีพระดับโลกที่งาน Worldskills Competition 2017 สาขาการจัดดอกไม้ ในเดือนตุลาคมที่กำลังจะมาถึง …
เมื่อเห็นเราเดินเข้าไป ป้อมก็วางมือจากงานตรงหน้าแล้วหันมาส่งรอยยิ้มทักทาย

เพียงการพูดคุยในช่วงไม่กี่นาทีแรก ป้อมพาเราย้อนเวลาไปสู่ช่วงเวลาเริ่มต้นของการสร้างอนาคตจากสิ่งที่ชอบ

“ผมเป็นเด็กธรรมดาๆ ไม่ได้เรียนเก่งหรือโดดเด่นอะไร วันๆ ก็กิน นอน เที่ยว เล่น ดูทีวี พอเข้าม.ปลาย ก็เลือกเรียนสายสามัญ อังกฤษ-คอมพิวเตอร์ ตามเพื่อน และไม่เคยคิดเลยว่าจะไปเรียนต่ออะไร หรือจบไปแล้ว จะทำงานอะไร จนผมเริ่มเห็นรุ่นพี่บางคนเรียนไม่จบ เลิกเรียน เพราะไม่ชอบในสิ่งที่เรียน ตอนนั้น ผมถึงได้เริ่มหันกลับมานึกถึงตัวเอง พอขึ้นม.5 ผมก็ออกจากโรงเรียนมากลางเทอม เพื่อสอบเข้าปวช.ปี 1 ที่วิทยาลัยอาชีวศึกษาเสาวภา ก่อนปิดรับสมัครได้ 2 วัน”

เมื่อถามว่าอะไรทำให้เด็กผู้ชายวัยรุ่นคนหนึ่งตัดสินใจหักเหเส้นทางชีวิตตัวเองมาสู่เส้นทางการเป็นนักจัดดอกไม้

“สมัยเรียนมัธยมฯ มีครูนาฏศิลป์คนหนึ่งรับหน้าที่จัดซุ้มดอกไม้ในงานโรงเรียน ผมทึ่งมากที่ผู้ชายคนเดียวสามารถจัดดอกไม้ได้ ผมเองชอบงานประดิษฐ์อยู่แล้ว ก็เลยชอบไปดู แล้วก็เข้าไปช่วยหยิบจับอะไรนิดหน่อย พอถึงวันงานผมเห็นภาพที่ครูและนักเรียนมาชื่นชม มาถ่ายรูป ซุ้มดอกไม้ได้รับความสนใจไม่แพ้สแตนด์หรือป้ายนิทรรศการ มันก็เหมือนเราได้เจอสิ่งที่เราชอบ และภูมิใจที่ได้ทำ และอยากจะทำให้เก่งขึ้น ก็เลยทำให้ตัดสินใจเปลี่ยนมาเรียนคหกรรม สายอาชีวะในปีต่อมาครับ”

แม้จะได้รับการสนับสนุนจากครอบครัว และครูอาจารย์ แต่เส้นทางนักจัดดอกไม้ของป้อมก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบดอกไม้ เขาต้องย้ายภูมิลำเนาจากจังหวัดสมุทรปราการ เข้ามาอยู่หอพักเล็กๆ ในกรุงเทพมหานคร ที่มีเพียงเตียงกับพัดลม ซึ่งสิ่งนี้เป็นแรงผลักชั้นดีที่ทำให้ป้อมพยายามใช้เวลาเก็บเกี่ยวเรียนรู้ประสบการณ์งานประดิษฐ์ งานคหกรรมในทุกรูปแบบ และทำให้เขาได้เข้าร่วมทีมกับรุ่นพี่ในการหารายได้จากการรับจัดดอกไม้ตั้งแต่ยังเป็นนักเรียน

“ผมเห็นรุ่นพี่เขาทำงานจนมีเงินใช้ มีรถขับ ตอนนั้นตั้งใจเลยว่าจะต้องเป็นช่างจัดดอกไม้ให้ได้ แต่ก่อนจะได้จัดดอกไม้ ผมต้องเริ่มจากงานเก็บกวาดขยะ ยกของก่อน จากนั้นถึงได้เริ่มลองทำงานอื่น อย่างการปักโอเอซิส ช่วยเตรียมดอกไม้ เป็นผู้ช่วยช่าง จำได้ว่าเงินก้อนแรกที่ได้มาคือ 420 บาท ผมเอาไปซื้อกะละมังซักผ้าใช้ที่หอ

“งานจัดดอกไม้ทำให้ผมแบ่งเบาค่าใช้จ่ายของครอบครัวได้ส่วนหนึ่ง ตั้งแต่ยังเรียนอยู่ ถึงไม่ได้มากมาย แต่ก็ทำให้ผมรู้สึกโตขึ้น แต่สิ่งที่ผมได้จริงๆ คือการได้ลองทำหน้าที่ทุกอย่าง ได้ศึกษาว่ามันไม่ใช่แค่เรื่องดอกไม้ แต่ต้องมีองค์ประกอบศิลป์ สี รูปทรง การออกแบบ การตีความ การคำนวณ วิธีดูแลรักษา และบางครั้งต้องประยุกต์กับงานแฟชั่น งานปั้น ปักผ้า เครื่องประดับ ต้องเรียนรู้เทรนด์ ซึ่งผมก็อาศัยความรู้จากห้องเรียนและครูพักลักจำจากพี่ๆ”

ถึงวันนี้ ป้อมได้เป็นช่างจัดดอกไม้เต็มตัว รับทั้งงานจัดดอกไม้ช่อเล็กๆ ไปจนถึงงานโครงสร้าง ต้องรับหน้าที่ตั้งแต่การบริหารเงิน ประสานงาน พาทีมงานออกไปทำงานต่างจังหวัด ซึ่งผู้ว่าจ้างก็มีตั้งแต่บุคคลทั่วไป หน่วยงานรัฐ และบริษัทเอกชน

“ผมขอบคุณชุดนักเรียนอาชีวะอยู่ทุกวัน ที่ทำให้ผมได้มีโอกาสทำงานหลายๆ อย่าง แต่ถ้าพูดถึงงานที่ทั้งตื่นเต้นและภูมิใจที่สุด คือตอนอยู่ปวช.ปี 2 ผมได้เข้าฝึกงานที่หน่วยจัดดอกไม้ กองชาวที่ ฝ่ายพระราชฐานที่ประทับ วังสวนจิตรลดา พอขึ้นชั้นปวส. ก็ถูกเรียกกลับไปอีก ผมทำด้วยใจ และพร้อมเสมอถ้าได้รับการติดต่อ บางครั้งผมอยากเสนอตัวเข้าไปช่วยเองด้วยซ้ำ เพราะเหมือนชีวิตนี้เราได้ตอบแทนคุณแผ่นดิน”

จากการเรียนรู้และฝึกฝนจนมีผลงานที่โดดเด่น ประกอบกับความมุ่งมั่นตั้งใจ ทำให้ป้อมและเพื่อน ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้จัดพุ่มดอกไม้รูปกระต่าย ที่ประดับไว้หน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง ซึ่งเป็นการจัดพุ่มใหม่ส่งไปเปลี่ยนทุกๆ สองวัน เป็นผลงานชิ้นเอกที่ปรากฏต่อสายตาประชาชนนับล้านคนที่เข้ามากราบพระบรมศพเพื่อถวายความอาลัย

เมื่อถามถึงเส้นทางในอนาคต ป้อมบอกเราว่าเขาเลือกศึกษาต่อสาขาคหกรรรมศาสตร์ศึกษา ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ วิทยาเขตพระนครใต้ เพื่อเตรียมพร้อมต่อยอดไปสู่การเป็น ‘ผู้สอน’ ซึ่งเป็นเส้นทางที่เขามองเห็นความสุข ที่จะได้รับมากกว่าการจัดดอกไม้แล้วได้เงินเสียอีก

“ในวันที่ทั้งเด็กและผู้ใหญ่หันไปหาเทคโนโลยีกันหมด ผมไม่อยากให้สิ่งที่ผมเรียนมา มันหายไป การร้อยมาลัย การเย็บใบตอง การแกะสลัก การปักดอกไม้ให้กลายเป็นรูปร่างต่างๆ ยังเป็นสิ่งที่ชาวต่างชาติทึ่งในผลงานของคนไทย ผมอยากให้คนเห็นความสำคัญของงานนี้ และสนับสนุนอาชีพคนไทยด้วยกัน”

“ผมจึงอยากเป็นครูคหกรรม เพื่อจะได้ช่วยพัฒนาสายอาชีวะ ให้มีคนได้รับโอกาสแบบผมอีกเยอะๆ ถึงแม้บางคนอาจจะยังไม่เจอสิ่งที่ตัวเองชอบหรือถนัด แต่ถ้าได้เข้ามาเรียน ได้ลอง ก็จะมองเห็นทางชัดขึ้นและมีฝีมือติดตัวออกไป”

นั่นคือเส้นทางในอนาคต ที่ป้อมบอกกับเราด้วยรอยยิ้มและแววตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น …และความสุขเต็มหัวใจ