ธนาคารปูม้า
รับฝากแม่ปูไข่ กู้วิกฤตปูม้าหดหายในทะเล

เรื่อง: ปัทม ยืนยง

เมื่อประชากรปูม้าลดลงจากวิธีการทำประมงแบบทำลาย ทำให้ผู้บริโภคต้องแบกรับราคาปูม้าที่สูงขึ้นเรื่อยๆ แต่ด้วยแนวคิด “ธนาคารปูม้าชุมชน” ที่รับบริจาคและรับฝากเลี้ยงแม่ปูไข่ กลับสามารถช่วยเพิ่มจำนวนปูม้าในทะเลได้ถึงปีละหลักล้านตัว แถมยังสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้ผู้เพาะเลี้ยง ไปพร้อมกับความยั่งยืนในระบบนิเวศน์ และระบบเศรษฐกิจอีกต่างหาก ไปดูกันว่าธนาคารปูม้าเขาทำกันอย่างไร และทำไมถึงช่วยกู้วิกฤตครั้งนี้ได้

เราชอบกินปูม้า…

เพราะสัมผัส รสชาติ และเมนูที่สามารถสร้างสรรค์ได้หลากหลาย ทำให้ต้องสั่งทุกครั้งเมื่อไปทะเล แต่พักหลังมานี้ปูม้ามีราคาแพงขึ้น ด้วยความต้องการของตลาดที่สูง รวมถึงปริมาณปูที่จับได้ก็ลดลงด้วยหลายปัจจัย ตั้งแต่การใช้เครื่องมือประมงแบบทำลาย เช่น อวนตาถี่ ทำให้ได้ลูกปูที่ยังไม่ทันโตเต็มวัย ถูกตัดวงจรชีวิตก่อนที่จะออกลูกหลาน หรือเรือประมงบางประเภทที่ทำลายแหล่งอาหารของปู เช่น เรืออวนรุน เพราะเป็นเรือที่มุ่งจับกุ้ง แต่เมื่อลากอวนแต่ละครั้งก็จะพาเอาสาหร่ายและหอยบางชนิดที่เป็นอาหารของปูม้าไปด้วย 


ความเดือดร้อนไม่ได้มีแค่ราคาที่ต้องจ่ายแพงขึ้นของคนชอบกินปูม้า แต่รวมไปถึงชาวประมงเองที่ต้องใช้กำลังเยอะขึ้นในการจับปูเพื่อให้ได้ตามปริมาณที่ต้องการ ยังไม่รวมถึงการนำเข้าและส่งออกปูม้าในฐานะหนึ่งในสัตว์เศรษฐกิจของประเทศ ที่เมื่อราคาแพงขึ้น ก็ย่อมเป็นโอกาสของประเทศที่ขายปูม้าได้ถูกกว่า ปัญหาปูม้ามีไม่พอจึงเป็นเรื่องใหญ่กว่าที่คิด

เมื่อมีปัญหา ก็ต้องหาทางออก และทางออกที่ดีต้องไม่ใช่แค่การแก้ปัญหานั้นเพียงอย่างเดียว แต่ต้องรวมไปถึงการป้องกันปัญหาไม่ให้เกิดขึ้นอีกในระยะยาวได้ด้วย “ธนาคารปูม้า” จึงเกิดมาเพื่อสิ่งนี้

แนวคิดและการดำเนินการของธนาคารปูม้า คือคณะกรรมการชุมชนจะรับบริจาคปูม้าไข่นอกกระดองที่ติดมากับอวนหรือเครื่องมือประมงอื่น ๆ ของสมาชิก ซึ่งปูม้าไข่เหล่านี้จะถูกนำมาปล่อยในกระชัง ถังหรือบ่อพักที่สร้างไว้บริเวณชายหาดในหมู่บ้าน เพื่อให้แม่ปูม้าได้วางไข่ก่อนที่จะถูกนำไปขายหรือบริโภค

การดูแลอนุบาลแม่ปูด้วยการควบคุมอย่างใกล้ชิดทำให้โอกาสรอดของลูกปูมีมากขึ้น เมื่อลูกปูแข็งแรงจึงนำไปปล่อยลงสู่ทะเลให้เติบโตตามธรรมชาติต่อไป ซึ่งในแต่ละวัน แม่ปู 1 ตัว จะจะสามารถเพิ่มปริมาณปูในทะเลได้ประมาณ 2,500 – 10,000 ตัว นั่นแปลว่าหาก เราฝากแม่ปูวันละ 1 ตัว ก็จะสามารถเพิ่มปริมาณปูในทะเลได้มากถึง 1-3 ล้านกว่าตัวต่อปีเลยทีเดียว!

แต่การบริหารจัดการ “ธนาคารปูม้า” ในแต่ละพื้นที่ก็มีวิธีที่แตกต่างกันออกไป เช่น บางพื้นที่อาจจะสร้างธนาคารกลางไว้ รับแม่ปูมาให้สลัดไข่แล้วนำคืนให้กับสมาชิก ส่วนบางแห่งอาจจะรับไว้เลยแล้วตอบแทนสมาชิกในรูปแบบของเงินปันผล หรือในบางแห่งอาจจะใช้พื้นที่ของสมาชิกเป็นธนาคารไปเลยในตัว แล้วแต่ว่าจะตกลงกันแบบไหน

เมื่อลองสำรวจผลลัพธ์ของ “ธนาคารปูม้า” ของกลุ่มฟื้นฟูทรัพยากรปูม้าชุมชนเกาะเตียบ ต.ปากคลอง อ.ปะทิว จ.ชุมพร ซึ่งเริ่มทำมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545 พบว่าปริมาณปูที่จับได้ เพิ่มขึ้นถึง 2 เท่าตัวโดยประมาณ แสดงให้เห็นความสำเร็จของโครงการที่ีมีผลลัพท์ที่จับต้องได้จริง นอกจากปริมาณจะเพิ่มขึ้นแล้ว ขนาดของปูก็ใหญ่ขึ้น ขายได้ราคาดีขึ้น

นอกเหนือจากการเพิ่มปริมาณปูในทะเลแล้ว กลุ่มฟื้นฟูทรัพยากรปูม้าบ้านเกาะเตียบ ยังพัฒนาต่อยอดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์อีกด้วย เช่น มีร้านอาหารที่ใช้ปูม้าจากที่เลี้ยงในธนาคาร จัดโฮมสเตย์เพื่อศึกษาและใช้ชีวิตในแบบชาวประมง ซึ่งช่วยสร้างงาน สร้างรายได้เพิ่มเติมให้กับคนในพื้นที่อีกด้วย เรียกได้ว่าวิน-วินกันทุกฝ่าย

เป็นที่น่าสนใจว่า ระบบธนาคาร สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการเลี้ยงปูม้าจนพัฒนาเป็นระบบที่ยั่งยืนได้ ซึ่งผลประ โยชน์ไม่ใช่แค่เพียงผู้เลี้ยงหรือผู้บริโภค แต่ยังส่งผลดีต่อเศรษฐกิจและระบบนิเวศน์อีกด้วย

ซึ่งระบบของธนาคารปูม้าได้พิสูจน์แล้วว่าแนวคิดที่ประสบความสำเร็จนั้นไม่จำเป็นต้องยากหรือซับซ้อน แต่อาจเป็นแนวคิดที่เริ่มจากการคิดเพื่อส่วนรวมก่อน หลังจากนั้นผลลัพท์ที่ได้ก็จะส่งผลกลับมายังแต่ละบุคคลในที่สุด 

แต่ทั้งนี้ธนาคารปูม้าก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นในการรักษาฟื้นฟูทรัพยากร แต่ส่วนอื่นๆที่มีผลกระทบต่อปริมาณปูม้า อย่างเช่น การใช้เครื่องมือประมงแบบทำลาย หรือการท่องเที่ยวที่เบียดเบียนธรรมชาติ ก็เป็นสิ่งที่ประชาชนในพื้นที่ต้องช่วยกันสอดส่องดูแล เพื่อความยั่งยืนในระยะยาว

…จึงจะมั่นใจได้ว่าคนชอบกินปูม้า จะมีปูม้าให้กินไปอีกนานแสนนาน