ดอนหมูดิน
เครื่องปั้นดินเผาจากสาวแกร่งแห่งสกลนคร

เรื่อง: อมราพร แผ่นดินทอง
ภาพ: ศรีวัฒนา เวศน์เรืองวิทย์

ดอนหมูดิน คือชื่อของแบรนด์เซรามิคสัญชาติสกลนคร ที่โดดเด่นด้วยการใช้วัสดุหลักจากธรรมชาติในท้องถิ่น เกิดขึ้นจากสองมือของสาวแกร่ง เปิ้ล-วัลย์ริยา เพ็งสว่าง ที่ลงมือทำทุกกระบวนการด้วยสองมือของตนเอง ตั้งแต่ปั้นดิน จนถึงแพ็คสินค้าส่งขายให้กับลูกค้าทางออนไลน์ หลังตัดสินใจลาออกจากงานประจำเพื่อกลับบ้านเกิด ซึ่งเธอบอกว่าแม้กล่องเงินรายได้จะลดลงกว่าตอนอยู่กรุงเทพฯ แต่กล่องความสุขของเธอนั้นล้นปรี่ จนเชื่อว่านี่คือวิถีชีวิตที่เธอแสวงหามานาน

ความสุขของช่างปั้น
ความสุขของช่างปั้น

เปิ้ล-วัลย์ริยา เพ็งสว่าง คือชาวสกลนคร ที่จากบ้านไปเรียนต่อและทำงานที่กรุงเทพฯ เช่นเดียวกับวัยรุ่นหนุ่มสาวในชนบทอีกจำนวนมาก แต่แล้วหลังทำงานประจำอยู่ 14 ปีในอาชีพนักออกแบบให้กับบริษัทสิ่งทอ แม่ของเธอก็เริ่มล้มป่วย ทำให้เปิ้ลต้องเดินทางไปๆ มาๆ ระหว่างบ้านเกิดกับกรุงเทพฯ เพื่อดูแลแม่ จนกระทั่งเมื่อแม่เสียชีวิตในปี 2558 เธอจึงตัดสินใจกลับบ้าน พร้อมกับเริ่มทำงาน ‘เซรามิค’ ซึ่งเป็นงานอดิเรกที่เธอหลงรัก แต่ครั้งนี้เธอตั้งใจทำมันเพื่อการเลี้ยงชีพ โดยตั้งชื่อสตูดิโอของตัวเองว่า ‘ดอนหมูดิน’ ซึ่งเป็นชื่อของหมู่บ้าน ‘ดอนหมู’ ที่เธออยู่ มารวมกับคำว่าดิน ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักของงานเซรามิค

“ตอนที่เริ่ม เราทำคนเดียว เลยใช้วิธีค่อยๆทำ ทำจากสิ่งที่เราอยากใช้ในชีวิตประจำวันก็คือพวกภาชนะที่ใส่อาหาร เอาวัสดุอย่างเช่น คราม ดินแฮ่ ซึ่งก็คือดินที่นี่มาใช้เป็นหลัก ตัวเคลือบก็จะมาจากขี้เถ้า ดิน หิน เราจะไม่ใช้สารปรอท ตะกั่วในการเคลือบ เพราะอยากให้ภาชนะมันปลอดภัยที่สุด”

งานเซรามิคที่เป็นเอกลักษณ์ของดอนหมูดิน
งานเซรามิคที่เป็นเอกลักษณ์ของดอนหมูดิน

ซึ่งวัสดุจากธรรมชาติที่เก็บเกี่ยวจากสิ่งแวดล้อมรอบตัวนี้เองก็ได้กลายเป็นจุดเด่นในงานของดอนหมูดิน ซึ่งคุณเปิ้ลอธิบายถึงความแตกต่างของวัสดุแต่ละชนิดให้เราฟังว่า

“วัตถุดิบจากต่างถิ่นกันก็จะให้สีไม่เหมือนกัน ถ้าทำจากดินแฮ่ก็จะได้สีชมพู แต่ถ้าทำมาจากดินเหนียวธรรมดาก็จะเป็นสีเทา แต่ถ้าโทนเขียว น้ำตาล ดำจะมาจากคราม เวลาไปเที่ยว เปิ้ลจะชอบเก็บวัตถุดิบมาทดลอง ถ้าเข้าป่าก็จะเก็บใบไม้ ถ้าไปทะเลก็จะเก็บทราย กับเศษหอยใส่ขวดมา ที่เก็บมาแล้วยังไม่ได้เอามาทดลองก็เยอะ หรือลูกค้าบางคนเคยส่งทรายมาให้ก็มี”

สีชมพูธรรมชาติจากดินแฮ่
สีชมพูธรรมชาติจากดินแฮ่

คุณเปิ้ลเล่าให้ฟังถึงขั้นตอนกว่าจะได้งานแต่ละชิ้นว่าต้องใช้ระยะเวลาราว 3-4 วัน แต่ถ้ารวมการปั้นด้วยก็จะอยู่ที่ราว 7 วัน ยังไม่รวมถึงการขายของผ่านเฟซบุ๊ก ไอจี ซึ่งทำเอง ตอบเอง ส่งของเอง ซี่งแม้จะเป็นงานที่เหนื่อย และใช้แรงเยอะ แต่เธอก็ยืนยันที่จะทำมันตามลำพัง ด้วยสองมือของตัวเอง ด้วยเหตุผลว่า…

“เราอยากพึ่งตัวเองให้ได้ ตั้งแต่เด็กๆ เราจะชอบทำของใช้ ของเล่นเอง ทุกวันนี้เสื้อผ้าก็ออกแบบเอง ตัดเอง แล้วส่วนมากคอลเลคชั่นที่เราคิด มันทำด้วยมือหมดเลย ซึ่งคาแรคเตอร์งาน คนซื้อจะรู้ว่าเป็นของเราหรือไม่ใช่ของเรา ถ้าคนที่จะมาช่วย ไม่มีทักษะ งานก็จะออกมาไม่ดี อีกอย่างลูกค้าก็ยังไม่เยอะ ขนาดของธุรกิจยังอยู่ในระดับที่จัดการได้ ถ้ามีคิว ลูกค้าก็จะรอ งานเราก็เลยไม่ได้ดูเร่งรีบ

ซึ่งวงจรชีวิตในแต่ละวันของเธอนั้นก็คือ…

“เราจะมีแพลนก่อนนอนว่าพรุ่งนี้ต้องได้งานอะไร เช่น ตั้งเป้าว่าพรุ่งนี้ปั้นถ้วย10ใบ ก็จะทำแบบนั้น ส่วนช่วงที่ว่างๆ หรือไม่มีลูกค้า ก็จะคิด new collection ออกมา”

กิจวัตรยามเช้าก่อนเริ่มงานปั้น คือรดน้ำผักที่เธอปลูกไว้กินเอง
กิจวัตรยามเช้าก่อนเริ่มงานปั้น คือรดน้ำผักที่เธอปลูกไว้กินเอง

เมื่อถามว่าเธอไม่สนใจที่จะไปออกงานแฟร์ เพื่อรับลูกค้ารายใหญ่ๆ เพื่อให้ธุรกิจเติบโตบ้างหรือ คุณเปิ้ลตอบว่า

“การไปออกงานแฟร์เดี๋ยวนี้ ยอดขายก็ไม่ได้เยอะมาก แต่ข้อดีคือทำให้คนรู้จัก หรือถ้าได้วอลลุ่มใหญ่ๆ ซัก 2-3 ครั้งก็รวยแล้ว บางคนเค้าก็คิดแบบนี้ แต่นั่นคือหลังบ้านต้องดีมาก แต่ถ้าทำขนาดนั้น เราก็ไม่ได้พัก ไม่ได้ใช้ชีวิตเลย มันก็ไม่ใช่ แต่นานๆ ที ก็อาจจะไปออกงานบ้าง เพื่อรับคอมเมนท์ รับแรงเสียดทาน”

แต่เมื่อปลายปีที่แล้วนี่เอง ชื่อเสียงของดอนหมูดิน ก็กลายเป็นที่รู้จักมากขึ้น เมื่อคุณเปิ้ลได้รับหน้าที่ออกแบบภาชนะให้กับกิจกรรม “Chef’s Table” ที่เหล่าเชฟฝีมือดีทั่วเมืองไทยจะลงมือทำอาหารด้วยวัตถุดิบท้องถิ่น โดยมีกฎว่าผู้สร้างสรรค์ภาชนะบนโต๊ะอาหารจะเป็นผู้เลือกภาชนะให้กับเชฟ ซึ่งนอกจากจะเป็นผู้ออกแบบภาชนะแล้ว คุณเปิ้ลยังเป็นคนพากลุ่มเชฟไปเดินป่าในละแวกภูพานเพื่อหาแรงบันดาลใจและวัตถุดิบสำหรับสร้างสรรค์อาหารอีกด้วย

ตอนทำงานประจำเราทุ่มเทมาก เจ้านายรับงานมา เราก็ต้องทำให้ทัน แต่ตอนนี้เราเป็นคนตอบรับหรือปฎิเสธงานเอง ถ้าจังหวะเร่ง เราก็เร่ง จังหวะผ่อน เราก็ผ่อน ความเครียดก็ไม่มี ชีวิตสบายมาก

กาน้ำปากฝักบัว ผลงานจากความคิดสร้างสรรค์ของคุณเปิ้ล
กาน้ำปากฝักบัว ผลงานจากความคิดสร้างสรรค์ของคุณเปิ้ล

เมื่อให้เธอเปรียบเทียบถึงชีวิตในวันนี้กับอดีตที่ผ่านมาสมัยที่ยังเป็นพนักงานบริษัทในกรุงเทพฯ

“ตอนทำงานประจำเราทุ่มเทมาก เพราะเทรนด์การแข่งขันสูง นักออกแบบต้องวิ่งตามความต้องการลูกค้า แล้วพอเราเป็นลูกน้อง เจ้านายรับงานมา เราก็ต้องทำให้ทัน แต่ตอนนี้เราเป็นคนตอบรับหรือปฎิเสธงานเอง ถ้าจังหวะเร่ง เราก็เร่ง จังหวะผ่อน เราก็ผ่อน ความเครียดก็ไม่มี ชีวิตสบายมาก อยากทำอะไรก็ทำ”

“ความสุขนี่โคตรล้นเลยค่ะ กล่องความสุขมันโตมาก แต่ว่ากล่องทางด้านการเงินคงไม่เยอะ แต่มันก็พออยู่ได้ เพราะว่านี่บ้านเรา เรามีทุ่งนา มีบ่อปลา เลี้ยงไก่ ปลูกผักไว้กินเอง แต่ก่อนตอนอยู่กรุงเทพฯ เราป่วยบ่อย เป็นทอนซิลอักเสบ แต่มาอยู่นี่ไม่เป็นเลย ร่างกายมันเปลี่ยนไปหมด”

ผักที่ปลูกด้วยสองมือและความภาคภูมิใจ
ผักที่ปลูกด้วยสองมือและความภาคภูมิใจ

แต่หากจะบอกว่าทุกอย่างราบรื่นไปหมดก็คงไม่ใช่ อุปสรรคที่เธอเคยเจอก็มีอยู่ไม่น้อย

“บางทีอีกไม่กี่วันต้องส่งงานแล้ว แต่มีปัญหาตอนเผา เปิดเตาออกมา เจองานแตกหมดก็มี แต่โชคดีว่าพอลูกค้าเค้าเห็นเราเจอปัญหา เค้าก็สงสาร ก็เลื่อนส่งงานออกไปได้ แต่ความล้มเหลวก็ทำให้เราต้องเอามาวิเคราะห์สาเหตุ

“เพราะเซรามิกไม่ทำให้เราใจร้อน ไม่ทำให้เรารู้สึกท้อแท้”

มุมหนึ่งในบ้าน ที่ใช้เป็นสตูดิโอสำหรับโชว์ผลงาน
มุมหนึ่งในบ้าน ที่ใช้เป็นสตูดิโอสำหรับโชว์ผลงาน

“เปิ้ลอยากบอกกับคนที่เพิ่งออกจากงาน หรือเริ่มต้นชีวิต เริ่มธุรกิจใหม่เสมอว่าอย่าตกใจ ตอนนี้เรากำลังทำฐานบ้านให้แข็งแรงมันต้องใช้เงิน แต่พอซักพักเราจะปรับตัวได้ ปีแรกๆ เปิ้ลก็ต้องปรับเยอะ เหมือนรายได้หายไป ต้องใช้เงินเก็บอยู่บ้าง แต่ก็ถือว่าเป็นการตั้งต้นชีวิตใหม่อีกรอบนึง”

“จุดเปลี่ยนที่เป็นการตายของแม่ มันทำให้เราได้คิด ทำให้รู้สึกว่าชีวิตมันสั้น อยากทำอะไรต้องทำ ถ้าเราวิ่งหาแต่เงินเราจะไม่ได้ใช้ชีวิต”
คุณเปิ้ลมีข้อคิดที่อยากฝากถึงคนที่อยากออกมาทำธุรกิจด้วยตัวเอง

“ส่วนใหญ่คนจะคิดเรื่องการตลาดเยอะ แต่จริงๆ อยากบอกว่าใส่ใจแค่สินค้าเราก็พอ ถ้าโปรดักส์คุณดี จะมีคนผลักดันเอง ทุกวันนี้ SMEมีตัวช่วยเยอะมาก อย่างหน่วยงานที่เค้ารอซัพพอร์ทโคตรเยอะเลย เราเพิ่งรู้ เดี๋ยวก็โทรมา เช่น เค้าจะมีงบให้พัฒนาแบรนด์จะสมัครมั้ย โครงการของรัฐมีหลายกระทรวงเลยนะ ทั้งกระทรวงกลาโหม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม ถ้าเราไปอยู่เครือข่ายเค้า”

“อย่าลืมว่าหน่วยงานรัฐ ผลงานเค้าคือเรื่องในท้องถิ่น ใครเป็นหน้าเป็นตา เค้าก็อยากผลักดัน เราแค่ทำดีๆ ให้เค้าเห็น ถ้าเค้าไม่เห็น ก็เอาไปนำเสนอ เผลอๆเค้ามีทุนให้ด้วย แต่เริ่มต้นต้องอยากก่อน อยากรู้ว่าตัวเองอยากทำอะไร แล้วก็ต้องลอง ต้องสูญเสียก่อน”

ส่วนหนึ่งของงานที่ทำเพื่อประมูลขายในกิจกรรมการกุศล
ส่วนหนึ่งของงานที่ทำเพื่อประมูลขายในกิจกรรมการกุศล

“บางคนไม่ชอบเซรามิกเพราะมันไม่รวย เปิ้ลว่ามันก็จริง ใครอยากรวยไม่ต้องมาทำ มันพออยู่ได้เฉยๆ แต่ถ้าใครอยากใช้ชีวิตถึงต้องทำเซรามิก บางทีเปิดเตามาปุ๊บ สิ่งที่เราตั้งใจ กลับไม่ได้ แต่สิ่งที่เราไม่ได้คาดหวัง มันกลับออกมาสวย มันก็สอนเราเหมือนกันนะ มีปรัชญาอยู่ในเตาหลายครั้งที่บอกกับเราว่าอย่าไปคาดหวัง แล้วก็อย่าประมาท”

ทุกวันนี้ เซรามิค ไม่เพียงจะให้อาชีพกับเธอเท่านั้น แต่ยังให้ปรัชญาในการดำรงชีวิตกับเธอด้วย

โปรย 1 “บางทีเปิดเตามาปุ๊บ สิ่งที่เราตั้งใจ กลับไม่ได้ แต่สิ่งที่เราไม่ได้คาดหวัง มันกลับออกมาสวย มันก็สอนเราเหมือนกันนะ ว่าอย่าไปคาดหวัง แล้วก็อย่าประมาท”