สุวรรณา ศิลปอาชา
ผู้ปลุกปั้นกีฬาฟิกเกอร์สเก็ตไทย ด้วยใจเกินร้อย

เรื่อง: นริสษา บุญเสริม
ภาพ: ศรีวัฒนา เวศน์เรืองวิทย

แม้กีฬาฟิกเกอร์สเก็ต หรือที่เรียกง่ายๆว่า สเก็ตน้ำแข็งจะเหมือนอยู่ในแดนสนธยา สำหรับบ้านเราซึ่ง เป็นเมืองร้อน แต่เมื่อ 4-5 ปีที่ผ่านมา ดูเหมือนจะเป็นที่สนใจมากขึ้น เพราะแรงฮึดของผู้หญิงคนหนึ่ง ที่จับพลัดจับผลูมารู้จักกีฬาประเภทนี้ เพราะลูกสาวซึ่งไปดูสเก็ตน้ำแข็งดิสนีย์ออนไอซ์เกิดอยากเล่นขึ้นมาบ้าง เธอจึงสนับสนุน จนลูกได้เป็นนักกีฬาทีมชาติ ส่วนตัวเองก็กลายมาเป็นนายกสมาคมฯที่มีส่วนช่วยพัฒนา วงการไปโดยปริยาย

สุวรรณา  ศิลปอาชา นายกสมาคมกีฬาฟิกเกอร์และสปีดสเก็ตติ้งแห่งประเทศไทย 
ผู้ปลุกปั้นนักกีฬาสเก็ตไทยให้มีความสามารถเทียบเท่าระดับสากล
สุวรรณา ศิลปอาชา นายกสมาคมกีฬาฟิกเกอร์และสปีดสเก็ตติ้งแห่งประเทศไทย 
ผู้ปลุกปั้นนักกีฬาสเก็ตไทยให้มีความสามารถเทียบเท่าระดับสากล

นับเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในวงการกีฬา ที่ฟิกเกอร์สเก็ต และสปีดสเก็ตติ้งได้รับการบรรจุให้แข่งขันในกีฬาซีเกมส์ 2017 ซึ่งไม่เพียงเพิ่งจัดให้มีเป็นครั้งแรก แต่นักกีฬาไทยยังไปคว้าสองเหรียญทองมาครองได้อย่างสง่างาม แบบไม่เสียแรงที่ สุวรรณา ศิลปอาชา นายกสมาคมกีฬาฟิกเกอร์และสปีดสเก็ตติ้งแห่งประเทศไทยได้ทุ่มเทปลุกปั้นนักกีฬาในสังกัดให้มีความสามารถทัดเทียมกับต่างชาติ พร้อมความคาดหวังว่า จะต้องพานักกีฬาไทยไปโอลิมปิกให้ได้

“แม้กีฬาประเภทนี้จะยังไม่เป็นที่นิยมเท่าที่ควรในบ้านเรา แต่สมาคมฯก็มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด เพราะมีจำนวนนักกีฬามากขึ้น ถ้าเป็นเมื่อสิบกว่าปีก่อน จะมีนักกีฬาที่เล่น และเข้ามาแข่งชิงแชมป์ประเทศไทยไม่ถึง 20 คน แต่ณวันนี้มีถึง 112 คน และตัวนักกีฬาก็พัฒนาความสามารถมากขึ้นอย่างรวดเร็ว ดูได้จากการเล่นท่าบังคับคือการกระโดด สมัยก่อนถ้าใครกระโดดรอบครึ่งได้ ถือเป็นเทพในเมืองไทยแล้ว แต่เดี๋ยวนี้ทุกคนกระโดดสองรอบครึ่งได้หมด และกำลังจะขึ้นสามรอบซึ่งเป็นความสามารถเทียบเท่าระดับโลก คะแนนก็ดีขึ้นมาก อย่างเดือนกุมภาฯที่ผ่านมา เราไปแข่งที่ญี่ปุ่น ซึ่งนักกีฬาเขาเก่งมาก เราก็ได้คะแนนอยู่ระดับท้อปบน ถึงจะยังไม่ได้เหรียญ แต่ก็ถือว่าดีมากแล้ว

ถ้าเปรียบเป็นต้นไม้ ตอนนี้ดิฉันก็กำลังรดน้ำพรวนดินเด็กกลุ่มนี้ให้ค่อยๆเติบโต ไต่ระดับขึ้นไปเรื่อยๆ เพราะเชื่อว่าเด็กของเราทำได้

สุวรรณา  เชื่อว่าเด็กเปรียบเป็นต้นไม้ ที่ค่อยๆเติบโต  ขอเพียงแค่มีผู้ฝึกสอนและผู้ปกครองสนับสนุน
สุวรรณา เชื่อว่าเด็กเปรียบเป็นต้นไม้ ที่ค่อยๆเติบโต
ขอเพียงแค่มีผู้ฝึกสอนและผู้ปกครองสนับสนุน

คุณสุวรรณาพูดถึงความตั้งใจในฐานะผู้กุมบังเหียนสมาคมฯ ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนางานโดยให้ความสำคัญกับ 4 กลุ่มหลัก คือ ผู้ปกครอง ผู้ฝึกสอน นักกีฬา และสมาคมฯที่ต้องทำงานร่วมกันอย่างสมบูรณ์ที่สุด

“เด็กจะเก่งได้ ต้องอาศัยผู้ฝึกสอน และผู้ปกครองสนับสนุน เพราะฉะนั้นดิฉันต้องทำงานใกล้ชิดผู้ปกครองมาก โดยจะจัดให้มีการสัมมนาที่เรียกไอซ์เบรกเกอร์ พานักกีฬา ผู้ปกครองมาทำกิจกรรมร่วมกันอย่างน้อยปีละครั้ง เหมือนเป็นการละลายพฤติกรรม เพื่อให้เกิดความสามัคคี อยู่ร่วมกันเป็นครอบครัว และพยายามให้มีโค้ชต่างชาติมาเทรนด์โค้ช และนักกีฬาอยู่เรื่อยๆ อย่างช่วงนี้จะมีโค้ชระดับโลกมาเยอะมาก กรรมการที่จะมาตัดสินนักกีฬาก็มาจากชุดโอลิมปิก เพราะการมีผู้ตัดสินระดับที่ทุกคนยอมรับ ผลคะแนนที่ได้มาก็จะเป็นที่เชื่อถือตามไปด้วย และนักกีฬาสามารถเรียนรู้จากผลคะแนน ซึ่งนี่คือสาเหตุที่ทำให้เด็กของเราเก่งขึ้นเร็วมาก”

สุวรรณาพยายามให้มีโค้ชต่างชาติมาฝึกซ้อมให้กับนักกีฬาอยู่เสมอ ทำให้น้องๆนักกีฬาสามารถเรียนรู้และพัฒนาอย่างรวดเร็ว
สุวรรณาพยายามให้มีโค้ชต่างชาติมาฝึกซ้อมให้กับนักกีฬาอยู่เสมอ
ทำให้น้องๆนักกีฬาสามารถเรียนรู้และพัฒนาอย่างรวดเร็ว

แน่ละว่า การจะได้โค้ชระดับโลกมาช่วยพัฒนาวงการย่อมไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เมื่อตั้งใจ เธอก็ต้องพยายามพัฒนา พาตัวเองออกไปสัมผัสโลกภายนอก อย่างการไปงานแข่งขันเวิร์ลแชมเปี้ยนชิพอย่างสม่ำเสมอ ฯลฯ เพื่อให้คนรู้จัก จนได้รับคัดเลือกให้เป็นรองประธานสหพันธ์กีฬาสเก็ตน้ำแข็งแห่งเอเชีย ขณะเดียวกันก็กำลังเรียนต่อปริญญาเอกด้านบริหารการจัดการกีฬาอยู่ด้วย

“ก่อนหน้านี้ ดิฉันไม่มีความรู้เรื่องกีฬา เพราะจบบริหารธุรกิจ เอกมาร์เก็ตติ้งมาตลอด แต่การเข้ามาเป็นผู้บริหารงานตรงนี้ แล้วยังเล่นสเก็ตไม่เป็น พูดไปใครจะฟัง เพราะฉะนั้นดิฉันต้องหาความรู้ มีคอร์สอะไรเรียนหมด รวมถึงการเรียนเป็นกรรมการ ซึ่งจะทำให้แม่นกฎกติกา รู้เทคนิคทั้งหมด และได้อยู่กับโค้ชเยอะ ก็จะทำให้ทุกคนยอมรับได้มากขึ้น เวลาไปเมืองนอก ก็ชอบไปทำความรู้จักกับโค้ชต่างชาติ เพื่อเมคเฟรนด์ และสร้างคอนเนคชั่น เพื่อให้นักกีฬาของเรามีโค้ชระดับโลกมาฝึกสอน”

เธอบอกนักกีฬาเสมอว่า ให้ทำหน้าที่ตัวเองให้ดีที่สุด ส่วนตนจะทำหน้าที่ปูทางให้เต็มที่ ด้วยการหาโค้ชดีๆ จัดฝึกอบรม สัมมนา ฯลฯ เพื่อสร้างพัฒนาการที่ดีให้นักกีฬา ล่าสุดก็เพิ่งผลักดันให้ไทยได้เป็นเจ้าภาพ การจัดประชุมกีฬาสเก็ตน้ำแข็งโลก ในปี 2020 ซึ่งการงานที่ดูเหมือนจะมีความเคลื่อนไหวเหล่านี้ ล้วนเป็นผลงานที่เพิ่งเกิดในยุคของนายกสมาคมฯซึ่งมีเธอเป็นผู้หญิงคนแรก !!..

แม้กีฬาประเภทนี้เราจะไม่ใช่ตัวเต็ง แต่พวกเขามีความเป็นนักสู้ มีไฟท์ติ้ง สปิริต ถึงไม่ได้เหรียญก็ไม่เป็นไร แต่อย่างน้อยเขามีหัวใจที่อยากจะชนะก็โอเค แล้วเขาก็ทำได้จริงๆ

สุวรรณามักจะบอกนักกีฬาว่าให้ทำหน้าที่ตัวเองให้ดีที่สุด  ส่วนเธอจะทำหน้าที่ปูทางให้เต็มที่เอง
สุวรรณามักจะบอกนักกีฬาว่าให้ทำหน้าที่ตัวเองให้ดีที่สุด
ส่วนเธอจะทำหน้าที่ปูทางให้เต็มที่เอง

ดิฉันมองว่าหญิงชายสามารถทำงานได้เท่าเทียมกัน ซึ่งต่างจากบทบาทภรรยาในวัฒนธรรมไทย ที่ผู้หญิงต้องเป็นช้างเท้าหลังเสมอ จะว่าไปการเป็นผู้หญิงอาจมีข้อได้เปรียบด้วยซ้ำ เพราะอัธยาศัยของผู้หญิงช่วยให้การพบปะ พูดคุย ติดต่อประสานงานเกิดขึ้นได้ง่ายกว่า และนี่คือสิ่งที่ทำให้เดินมาถึงตรงนี้ได้”

แต่เพราะความเป็นคนจริงจัง มีความมุ่งมั่นตั้งใจในการทำหน้าที่ และมีความคาดหวังต่อการทำงานสูง ก่อนจะได้ชื่นชมดอกไม้ เธอย่อมต้องได้รับก้อนอิฐมาไม่น้อย และมีอิฐบางก้อนที่ทำเอาแทบหมดแรง ถึงขนาดอยากบอกลาวงการนี้กันเลยทีเดียว

“ตอนนั้นดิฉันเพิ่งเข้ามาทำงานได้ประมาณสองปี กำลังปั้นนักกีฬาได้ดี อยู่ๆผู้ปกครองมาบอกจะให้เลิกเล่น เพื่อไปเรียนหนังสือให้เต็มที่ ทั้งๆ ที่เด็กกำลังเป็นตัวเต็ง ซึ่งกว่าจะได้มาแต่ละคน เราต้องทุ่มเทมาก

“วันนั้นดิฉันเสียใจมาก ท้อจนรู้สึกไม่อยากทำตรงนี้แล้ว แต่ขณะกำลังนั่งน้ำตาไหลอยู่ในห้อง ก็มีนักกีฬารุ่นใหญ่มาเคาะประตู ถามว่าน้าเก๋ว่างมั้ย พอเข้ามา เขาเข้ามากราบ และเอาพวงมาลัยมาให้ เพราะเป็นวันที่ 13 สิงหาฯ ยังอยู่ในช่วงวันแม่ แล้วบอกขอบคุณมาก ถ้าไม่มีน้าเก๋ ผมคงไม่มีวันนี้ เจอแบบนี้ก็ซึ้ง กำลังใจมาเลย

“แล้วพอน้องออกไป อยู่ๆโทรศัพท์ก็ดัง มีเมลจากโค้ชของแชมป์โอลิมปิกหลายสมัยเด้งขึ้นมา เรียกได้ว่าเป็นโค้ชมือหนึ่งของโลก อาสามาเป็นโค้ชให้เด็กเราอาทิตย์หนึ่ง ทั้งที่ไม่ได้ร้องขอ แต่เขาได้ยินจากเพื่อนว่าเราเป็นคนที่มีแพชชั่นในเรื่องนี้มาก เลยอยากร่วมงานด้วย ดิฉันรู้สึกเลยว่า นี่เป็นสิ่งมหัศจรรย์อีกสิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นในวันที่กำลังท้อแท้ จนคิดจะไม่ทำแล้ว มันเลยเหมือนเป็นสัญญาณที่บอกให้ทำต่อไป”

ถึงแม้ว่าสุวรรณาจะไม่เคยมีความรู้ด้านกีฬามาก่อน แต่ด้วยความมุ่งมั่นของเธอ ทำให้กีฬาฟิกเกอร์สเก็ตและสปีดสเก็ตติ้งถูกบรรจุอยู่ในกีฬาซีเกมส์ได้ในที่สุด”
ถึงแม้ว่าสุวรรณาจะไม่เคยมีความรู้ด้านกีฬามาก่อน แต่ด้วยความมุ่งมั่นของเธอ
ทำให้กีฬาฟิกเกอร์สเก็ตและสปีดสเก็ตติ้งถูกบรรจุอยู่ในกีฬาซีเกมส์ได้ในที่สุด”

นับแต่วันที่เหมือนสวรรค์มีตา ฟ้าประทานกำลังใจผ่านสองเหตุการณ์นั้นมาให้ เธอจึงมีแรง มีกำลังใจ ทำงานต่อมา จนสามารถสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ คือการผลักดันกีฬาฟิกเกอร์สเก็ต และ สปีดสเก็ตติ้ง ร่วมกับเพื่อนพ้องอีก 5 ประเทศ คือไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และ ฟิลิปปินส์ จนเข้าไปเป็นหนึ่งในกีฬาซีเกมส์ครั้งล่าสุด และทำให้นักกีฬาไทยกลายเป็นม้ามืดคว้าสองเหรียญทองมาครองได้อย่างที่เธอแอบหวัง ถึงขนาดพานักกีฬาไปซุ่มเก็บตัวที่เกาหลีนานสองเดือน

“ตอนแข่งไม่มีใครมองเราหรอก เพราะมีตัวเต็งเป็นนักกีฬาสิงคโปร์ซึ่งเล่นระดับโลกมา เขาแทบจะเป็นมือหนึ่งในเซาท์อีสเอเซีย แต่ปรากฏว่าน้องจิมมี่(ไตรภพ ทองงาม)คว้าเหรียญทองจากประเภทช็อตแทร็ก 500 เมตร กับ 1500 เมตรมาได้ ทำให้ภูมิใจมาก เพราะตอนไปเก็บตัวนี่ดิฉันดูแลทุกอย่าง ทำอาหารให้กินอีกต่างหาก ก่อนจะไปเขาก็ถาม น้าเก๋ๆอยากได้อะไร เราก็บอกอยากได้เหรียญทองสิ เขาก็บอก เดี๋ยวผมจัดให้

“แม้เราไม่ใช่ตัวเต็ง แต่ดิฉันมองว่า เขามีความเป็นนักสู้ มีไฟท์ติ้ง สปิริต ถึงไม่ได้เหรียญก็ไม่เป็นไร แต่อย่างน้อยเขามีหัวใจที่อยากจะชนะก็โอเค แล้วเขาก็ทำได้จริงๆ”

รอยยิ้มและความมุ่งมั่นตั้งใจของนักกีฬา  เป็นเสมือนรางวัลให้กับสุวรรณา ทำหน้าที่นายกสมาคมนี้ต่อไป
รอยยิ้มและความมุ่งมั่นตั้งใจของนักกีฬา
เป็นเสมือนรางวัลให้กับสุวรรณา ทำหน้าที่นายกสมาคมนี้ต่อไป

ความมุ่งมั่นตั้งใจของนักกีฬา จึงเป็นเสมือนรางวัลให้กับเธอผู้มีความเชื่อมั่นในในกีฬาฟิกเกอร์สเก็ต และ สปีดสเก็ตติ้ง ว่าจะช่วยพัฒนาเด็กไทยให้เติบโตไปเป็นคนที่เข้มแข็ง มีระเบียบวินัย ซื่อสัตย์ อดทน และมีสมาธิสูง เธอจึงยังตั้งอกตั้งใจผลักดันนักกีฬา และเด็กๆในวัย 5-15 ปี ให้โลดแล่นอยู่บนลานน้ำแข็งกว้างใหญ่ของ

“อิมพีเรียล เวิลด์ ไอซ์สเก็ตติ้ง” ที่ชั้น 5 อิมพีเรียลเวิลด์ สำโรง อยู่ทุกวันต่อไป พร้อมคาดหวังว่า จะต้องนำพานักกีฬาไทยไปโอลิมปิกให้ได้ในอนาคตอันใกล้ และเธอต้องทำเต็มที่ด้วยหัวใจเกินร้อยอย่างแน่นอน